ข่าวอินโฟเควสท์
22:38 เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิดแอตแลนติกทรุดหนักในเดือนต.ค.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิดแอตแล…
22:30 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันสัปดาห์ที่ 5   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ…
22:05 "แคร์รี ลัม" เฟซบุ๊กไลฟ์ ถกนโยบาย-สถานการณ์บ้านเมืองกับชาวเน็ต   นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้ทำการไลฟ์สตรีมมิ่งบนโซเชียลมีเด…
21:44 ที่ปรึกษาศก.ทำเนียบขาวเผย การเจรจาข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน   แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผ…
21:26 "บอริส จอห์นสัน"เตรียมแถลงผลเจรจาข้อตกลง Brexit ต่อรัฐสภาอังกฤษเสาร์นี้ ก่อนส.ส.โหวตรับ-ไม่รับข้อตกลง   จาค็อบ รีส ม็อกก์ ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม…

SCBEIC คาดส่งออกไทยทั้งปี 62 มีโอกาสหดตัวมากกว่าที่คาดไว้ที่ -2% จากผลของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 18:25:59 น.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า การส่งออกไทยในเดือนส.ค.62 ที่กลับมาหดตัว -4.0% แต่หากหักการส่งออกทองคำ จะหดตัวถึง -9.8% นั้น จากตัวเลขการส่งออกล่าสุด (ไม่รวมทองคำ) ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับหลายปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทย ทำให้อีไอซีคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปี 2562 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ -2.0% เล็กน้อย โดยคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี มูลค่าการส่งออกจะหดตัวต่อเนื่อง ยกเว้นเดือน ก.ย.ที่มูลค่าส่งออกอาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้เนื่องจากปัจจัยฐานต่ำในปีก่อน

ทั้งนี้ปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการส่งออกของไทยในระยะต่อไป มีดังนี้

1. ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีทีท่ายืดเยื้อ จากสถานการณ์ล่าสุด สหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสินค้าจีนมูลค่า 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 15% ในวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา และยังมีแผนปรับเพิ่มภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนอีก 2 ช่วง คือวันที่ 15 ต.ค.จะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 25% เป็น 30% และวันที่ 15 ธ.ค.จะเพิ่มภาษีสินค้าจีนมูลค่า 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 15% โดยยังต้องติดตามผลการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือน ต.ค.ว่าจะมีทิศทางอย่างไร

แต่ในเบื้องต้น ทางอีไอซีคาดว่าจะยังไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งกันได้จากการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้การปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อสินค้าส่งออกของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตจีนไปยังสหรัฐฯ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (หดตัว -15.1% 8M/YTD) แผงวงจรไฟฟ้า (หดตัว -28.3% 8M/YTD) เคมีภัณฑ์ (หดตัว -30.4% 8M/YTD) ยางพารา (หดตัว -13.1% 8M/YTD) และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (หดตัว -22.4% 8M/YTD)

2. เหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงที่อาจทำให้การส่งออกไทยไปฮ่องกงได้รับผลกระทบ โดยการประท้วงที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2562 ทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงหดตัวที่ -0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแบบปรับผลทางฤดูกาล และล่าสุดการประท้วงยังคงยืดเยื้อต่อไป ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในฮ่องกงเดือน ส.ค. หดตัวกว่า -40% ซึ่งการท่องเที่ยวของฮ่องกงนับเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญที่มีสัดส่วนถึง 19.2% ต่อ GDP

ดังนั้นจึงทำให้คาดว่าเศรษฐกิจฮ่องกงจะได้รับผลกระทบจากการประท้วงต่อเนื่อง ทั้งนี้ในส่วนของไทย อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกสินค้าไทยไปยังฮ่องกง โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังฮ่องกง 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์และพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง

3. ประเด็นความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่นำมาสู่การตอบโต้ทางเศรษฐกิจ โดยความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้ทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีการพึ่งพาระหว่างกันค่อนข้างมาก (เกาหลีใต้เป็นตลาดส่งออกอันดับสามของญี่ปุ่นโดยมีสัดส่วน 7.1% ของมูลค่าการส่งออกญี่ปุ่นทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอันดับ 5 ของเกาหลีใต้ โดยมีสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าการส่งออกเกาหลีใต้ทั้งหมด)

ทั้งนี้ในส่วนของไทย ทั้งสองประเทศนับเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ดังนั้นการที่เศรษฐกิจของทั้งคู่มีแนวโน้มชะลอลงจากความขัดแย้ง จึงอาจทำให้การส่งออกของไทยไปทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบไปด้วยในระยะต่อไป

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบียที่อาจทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นว่า มีแนวโน้มส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไทยบางส่วนไปยังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน จากการศึกษาของอีไอซี พบว่าการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันมีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับทิศทางราคาน้ำมัน โดยมูลค่าส่งออกไปยังคู่ค้าของไทยที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันมีสัดส่วนประมาณ 10% ต่อการส่งออกทั้งหมด และมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง และเคมีภัณฑ์ ขณะที่ทิศทางการส่งออกไปยังคู่ค้าที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันที่มีสัดส่วนถึง 90% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

อีไอซีไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับทิศทางราคาน้ำมัน ดังนั้น หากราคาน้ำมันมีการปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในซาอุดีอาระเบีย ก็อาจส่งผลดีเพิ่มเติมบางส่วนต่อการส่งออกไปประเทศกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง