ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…
15:32 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5.2 แมกนิจูดในมณฑลกว่างซี ไม่มีรายงานภัยพิบัติ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด…
13:48 ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" พุ่งขึ้นแตะ 19 ราย สูญหายจำนวนมาก   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้สูญหาย…
12:29 รมช.ต่างประเทศจีนเผยการประชุม "สี จิ้นผิง" และ "โมดี" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   นายหลัว จาวฮุย รมช.ต่างประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า การประชุมอย…

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.45 แนวโน้มแข็งค่า หลังตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯกดดอลล์อ่อน

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 11:21:25 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 30.45 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเมื่อ
เย็นวันศุกร์ที่ระดับ 30.43/45 บาท/ดอลลาร์ แต่มีแนวโน้มแข็งค่าเนื่องจากจากดอลลาร์อ่อนค่าหลังเผชิญแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงาน
นอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
"บาทอ่อนค่าจากเมื่อเย็นวันศุกร์เล็กน้อย แต่มีแนวโน้มแข็งค่าเนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากตัวเลข
Non Farnm ต่ำกว่าคาดแม้อัตราการว่างงานจะต่ำก็ตาม" นักบริหารเงินระบุ
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินในวันนี้ไว้ระหว่าง 30.35 - 30.50 บาท/ดอลลาร์
THAI BAHT FIX 3M (4 ต.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.46504% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.36422%
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 30.4675 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.79 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 106.75/80 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0987 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.0970/0975 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.4740 บาท/ดอลลาร์
- ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสำหรับสัปดาห์นี้ (7-11 ต.ค.) ที่ 30.40-30.70 บาทต่อ
ดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ การเจรจาในประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทางออกของเรื่อง BREXIT รวม
ถึงสัญญาณทิศทางดอกเบี้นโยบายของสหรัฐฯ จากบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 ก.ย. ถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออก เดือนก.
ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ (เบื้องต้น) เดือนต.ค.
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้มีการแข่งขันให้เงินทุนกับผู้ประกอบการรายย่อยที่ซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ)
กันมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการซื้อขายสินค้าบนออนไลน์ขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าอีกไม่นานจะเติบโตถึง 30% ต่อปี มีมูลค่ากว่า 1 ล้าน
ล้านบาท ทำให้หลายธุรกิจรวมถึงภาคธนาคารสนใจเข้าร่วมทำธุรกิจเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเอไอในการวิเคราะห์ความ
เสี่ยงเพื่อปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน
- อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรกำลังศึกษาเพื่อปรับปรุงค่าลดหย่อน และยกเว้นทางภาษีมากกว่า 20
รายการ หลังจากการสำรวจของกรมพบว่าคนที่มีฐานะดีคิดเป็น 20% ของจำนวนประชากร 65 ล้านคน ได้ประโยชน์จากค่าลดหย่อนและ
การยกเว้นภาษีมากที่สุด ดังนั้นกรมจึงจะปรับปรุงค่าลดหย่อนและการยกเว้นภาษีใหม่ โดยพิจารณาว่าค่าลดหย่อนใดมีความจำเป็นบ้าง ถ้าค่า
ลดหย่อนใดไม่มีความจำเป็นก็อาจตัดออกไป หรือบางรายการอาจปรับวงเงินลดหย่อนให้น้อยลงเพื่อไม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่ม
หนึ่ง "การปรับลดหรือยกเลิกค่าลดหย่อนบางรายการจะทำให้คนรวยได้รับค่าลดหย่อนน้อยลง ขณะที่คนชนชั้นกลางจะได้ค่าลดหย่อนเพิ่มขึ้น
เป็นการช่วยลดภาระภาษีให้คนชนชั้นกลางได้มากขึ้น"
- กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 136,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. แม้ต่ำ
กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 145,000 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี และต่ำกว่าระดับ 3.7% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ไว้
- ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง และหน้าที่ของเฟดคือการดำเนินการ
เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่น่าผิดหวังในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวม
ถึง ตัวเลขภาคการผลิตและบริการของสหรัฐที่ซบเซา, ตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง และตัวเลขการจ้างงานนอกภาค
เกษตรที่ต่ำกว่าคาด
- ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าสหรัฐกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย
- นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว
ว่า เจ้าหน้าที่จีนส่งสัญญาณว่าไม่เต็มใจที่จะข้อตกลงที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายก
รัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน
- สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า ตัวแทนเจรจาการค้าของจีนไม่ต้องการนำประเด็นปฏิรูปนโยบายให้เงินอุดหนุนจาก
รัฐบาล ขึ้นสู่โต๊ะเจรจาการค้ากับสหรัฐ แม้ประเด็นดังกล่าวถูกสหรัฐเพ่งเล็งเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนต้องการปรับลดขอบ
เขตการเจรจาการค้า ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาอีกครั้งสัปดาห์นี้
- ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า "จะมีเซอร์ไพรส์"ในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์
หน้าที่กรุงวอชิงตัน
- สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แจ้งต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนว่า สหรัฐจะไม่หยิบ
ยกกรณีการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงมาเป็นประเด็นในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
- นักลงทุนในตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุม
นโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐในสัปดาห์
ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง