รมว.ท่องเที่ยวฯ ชงแพ็คเกจชุดใหญ่ดึงต่างชาติเข้า ครม.ศก.พร้อมวางแผนกระตุ้นยาวทั้งปี 63 ชูไอเดียลดภาษีแบรนด์เนม

ข่าวเศรษฐกิจ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 12:39 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชงแพ็คเกจชุดใหญ่เข้า ครม.เศรษฐกิจสัปดาห์นี้ดึงต่างชาติเที่ยวไทย หลังทำคลอด 2 มาตรการไทยเที่ยวไทยไปแล้ว พร้อมวางแผนกระตุ้นยาวต่อเนื่องตลอดทั้งปี 63 หลังคาดเศรษฐกิจโลกยังซึม เจรจาคลังศึกษาลดภาษีแบรนด์เนมหนุนช็อปปิ้ง-ดันไอเดียใช้ e-Visa อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวจีน-กระจายท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ภูมิภาคและเมืองรองที่มีศักยภาพ ขณะที่เตรียมรณรงค์ลดขยะพลาสติกตั้งแต่บนชายฝั่งสกัดกั้นก่อนไหลลงสู่ทะเลเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน ด้านกีฬารุกจัดอีเว้นท์ใหญ่ ทั้งงานวิ่งเทรล 4 รายการใหญ่ และแข่ง e-Sport ระดับนานาชาติ

รมว.ท่องเที่ยวฯ ชงแพ็คเกจชุดใหญ่ดึงต่างชาติเข้า ครม.ศก.พร้อมวางแผนกระตุ้นยาวทั้งปี 63 ชูไอเดียลดภาษีแบรนด์เนม

"หลังจากวันที่ 11 ไปแล้วก็จะมีมาตรการออกมามากกว่านี้ แพ็คเกจใหญ่ที่จะเน้นชาวต่างชาติ เพื่อเชิญชวนเข้ามาเที่ยวไทย โดยสามารถนำหน้าพาสปอร์ตไปใช้ได้เลย ไม่ต้องโหลด...ผมเป็นคนร้อนวิชา เราอยู่กับคนรุ่นใหม่ก็ต้องปรับตัวให้ทันคนรุ่นใหม่ เราต้องคิดอะไรนอกกรอบบ้าง คิดอะไรตามกรอบทั้งหมดก็ได้ตามกรอบ สิ่งใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นในโลกนี้ผมคิดว่าเพราะคิดนอกกรอบ ถ้าไปคิดว่าอะไรเป็นอย่างนี้ ตามขั้นตอนอย่างนั้น ข้าราชการเขาทำได้อยู่แล้ว และเขาเก่งกว่าเรา"นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ชุดมาตรการที่เตรียมเสนอในสัปดาห์นี้จะเน้นไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก เนื่องจากได้มี 2 มาตรการเพื่อคนไทยไปแล้ว โดยมาตรการ"ร้อยบาทเที่ยวทั่วไทย"เป็นมาตรการเสริมจาก"ชิม ช้อป ใช้"วงเงิน 1 พันบาทให้สิทธิประชาชน 10 ล้านคน และมาตรการคืนเงิน 15% จากค่าใช้จ่ายท่องเที่ยววงเงินสูงสุด 3 หมื่นบาท

เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มให้ทันเปิดให้จองสิทธิในวันที่ 9 เดือน 9, 10 เดือน 10, 11 เดือน 11 และ 12 เดือน 12 ครั้งละ 10,000 แพ็คเกจ แต่เมื่อล่าช้ามาถึงขณะนี้ก็คงไม่ทัน ดังนั้น จะเปิดให้จองสิทธิในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.เดือนละ 2 ครั้ง รวม 4 ครั้ง ครั้งละ 10,000 แพ็คเกจ โดยจองผ่านแอพพลิเคชั่นของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยททท.จะแถลงรายละเอียดของมาตรการและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

"ในเดือน พ.ย.จะออก 20,000 แพ็คเกจแน่นอน และในเดือน ธ.ค.อีก 20,000 แพ็คเกจ เราสามารถเข้าไปโหลดแพ็คเกจ 100 เดียวเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินได้หรือซื้อห้องพักได้ เหมือนที่เขาว่าโหลด 100 ได้ 1,000 ใครมาก่อนได้สิทธิก่อน ขึ้นกับความสามารถของแต่ละคน และไม่ได้จำกัดสิทธิแค่ 1 แพ็คเกจ แค่ละคนอาจจะเข้าไปโหลดได้ทั้ง 4 ครั้งที่เปิดแพ็คเกจ ตอนนี้ที่คิดไว้มีตั๋วเครื่องบิน โรงแรม สปา อาหาร เป็นต้น ไม่รวมแพ็คเกจทัวร์"

ส่วนมาตรการ"เที่ยววันธรรมดาราคาช็อคโลก"นั้น หากประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิไปเที่ยวในวันธรรมดาก็จะมีส่วนลดให้ทั้งค่าที่พักโรงแรม หรือช็อปปิ้งในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องเที่ยวที่ใด โดยททท.จะประสานงานทั้งโรงแรมและศูนย์การค้า แต่ส่วนลดจะเป็นเท่าใดจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบในภายหลัง

"มาตรการทั้งหมดเราประชุมหารือพร้อมกัน กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการแรกไป เราก็ออกมาตรการเสริม เหมือนเป็นการต่อยอด อย่างกรณี 100 บาท มีคนบอกว่าโหลด 100 แต่ได้พันบาท ยกตัวอย่างว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราซื้อตั๋วเครื่องบิน 100 มันเป็นไปไม่ได้ ห้องพัก 100 บาทก็เป็นไปไม่ได้ เราคิดเป็นแพ็คเกจรวมอยู่แล้ว จริงๆ ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ เบื้องต้นมี 3 มาตรการ แต่อีก 1 มาตรการนายกฯ ไม่เห็นด้วยก็เลยต้องถอนไป"นายพิพัฒน์ กล่าว
*วางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวยาวต่อเนื่องตลอดทั้งปี 63 จับมือทุกหน่วยงานบูรณาการ

รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวอีกว่า การกระตุ้นท่องเที่ยวในปี 63 ยังมีความจำเป็น เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจโลกยังน่าจะมีปัญหาความอ่อนแอต่อเนื่อง ทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจ สงครามการค้า และปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้น ขออย่างเดียวให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาคงสภาพเท่ากับปีนี้ก็ถือว่าพอใจแล้ว ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนในประเทศอย่าไปเที่ยวต่างประเทศ หันมาเที่ยวในประเทศ เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศมากขึ้น นั่นหมายความว่าเราจะสามารถกระชากเศรษฐกิจตรงนี้ขึ้นมาได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยจะช่วยประเทศไทยหรือไม่

หลังจากนี้คงจะมีมาตรการออกมาอีกหลายมาตรการสำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ไปถึงปีหน้า โดยจะสามารถเปิดเผยได้ภายหลังจากได้รับการอนุมัติเพ็คเกจชุดมาตรการจากที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจแล้ว จะมีอีกเป็น 10 มาตรการ เบื้องต้นจะออกมาเป็นก้อนแรกก่อน หลังจากสิ้นปีไปแล้วจะมีแผนงานออกมาเป็นรายเดือนทั้ง 12 เดือนว่าทำอะไรบ้างในจังหวัดใดหรือกลุ่มจังหวัดใด เป็นแผนยุทธศาสตร์ของท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยวจะต้องทำงานร่วมกับหลายกระทรวง เพราะเราไม่มีวัตถุดิบในมือ เราเพียงแต่มีไอเดีย ดังนั้นวัตถุดิบทั้งหมดเราต้องไปขอความร่วมมือขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานอื่น

"คุยกันในเบื้องต้นแล้วว่าเราจะมีการเซ็น MOU ระหว่างกระทรวงกับกระทรวง หลังจากนี้จนถึงสิ้นปีจะครบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระตุ้นท่องเที่ยวสำหรับปีหน้าทั้งปี นายกฯสั่งให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ประสานกับกระทรวงอื่นทุกกระทรวงขอให้สนับสนุนอำนวยความสะดวก ยกตัวอย่างความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ อย่างกรณีของ ตม.อาจจะมีการปรับปรุงเอกสาร ตม.30 ตม.6 ต้องหารือกันเพราะเกี่ยวกับความมั่นคง หรือการทำ e-Visa ในอนาคตเราจะทดลองทำ e-Visa กับนักท่องเที่ยวจีน ตอนนี้ก็กำลังหารือกับทางการจีนด้วย"นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การทำมาตรการภาษีมาใช้กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และยังจำเป็นต้องใช้เวลาศึกษา ซึ่งตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบไปช็อปปิ้งซื้อสินค้าในต่างประเทศ แต่หากจะนำมาตรการภาษีสินค้าแบรนด์เนมมาใช้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่เป็นเรื่องของกระทรวงการคลังที่จะต้องศึกษาผลดีผลเสียก่อนว่าสุดท้ายแล้วได้หรือเสีย ถ้าคิดแล้วคุ้มก็น่าจะทำได้ เพราะไม่ใช่ได้เฉพาะคนไทย แต่ต่างชาติก็จะเทกันมาเพื่อช็อปปิ้ง

"ผมต้องไปหารือกับรองฯ สมคิด รมว.คลัง และที่สำคัญคือนายกรัฐมนตรีจะเห็นด้วยหรือไม่ รวมถึงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วยว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ผมต้องการดึงคนเมืองนอกมาช็อปในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เที่ยวๆๆ คุณใช้แค่ค่าที่พัก ค่ากิน แล้วซื้อของตามโอท็อป หรือสินค้าอื่นในประเทศไทย แต่สินค้าแบรนด์เนมคุณไม่ได้แตะเลย ซึ่งตรงนั้นมันเป็นเงินก้อนใหญ่มาก

ผมเชื่อว่าถ้าตอนนี้เอามาใช้ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจเราไปโลด ถ้ารัฐบาลคำนวณแล้วคุ้มก็คงจะออกมาตรการนี้แน่นอน เรื่องนี้คงต้องไปขอความร่วมมือ ขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงการคลังด้วย ผมคงไม่มีสิทธิไปทำเองได้แต่คิดอย่างเดียว ถ้าเริ่มได้ก็คงต้องเป็นปีหน้า ไม่ทันปีนี้ เพราะเรื่องภาษีเป็นเรื่องใหญ่มาก"

ขณะที่ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น บริการ wellness นวดแผนไทย สปา โดยอยู่ระหว่างหารือการทำโมเดลนำร่อง 6 โครงการ แบ่งตามภูมิภาคของประเทศเพื่อกระจายออกจากกรุงเทพ ฯ และที่สำคัญ คือ Medical Tourism เนื่องจากผู้ป่วยชาวต่างชาติ 1 คนที่เข้ามาใช้บริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของไทยจะมีผู้ติดตามอีกหลายคน และหากใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนานเท่าใด ผู้ติดตามก็มีโอกาสเที่ยวเมืองไทยได้นานไปด้วย

"เราจะเห็นในโรงพยาบาลใหญ่ในกทม.บำรุงราษฎร์ พญาไท สมิติเวช กรุงเทพ มีผู้ป่วยต่างชาติมารักษาเยอะมาก โดยเฉพาะ CLMV และตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ CLMV มีบทบาทมากขึ้นมาแทนตะวันออกกลาง เพราะเศรษฐกิจของเขาดี เขาเริ่มจะคิดรักชีวิตตัวเองทำให้มารักษาตัวในเมืองไทย ผู้ที่มาดูแลผู้ป่วยเขาก็เที่ยวของเขาอยู่แล้ว ซึ่งเขาต้องกิน เขาต้องมีที่พัก ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีเงิน กระเป๋าหนัก"นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันนี้ศัลยกรรมความงามในประเทศไทยตั้งแต่คอลงมามีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมมาก และมีชื่อเสียง โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตกแต่งร่างกายเป็นจำนวนมากก ขณะที่มีสถานเสริมความงามที่เก่ง ๆ ที่มีศักยภาพจำนวนมากและค่อนข้างมีชื่อเสียง ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะกระจายบริการนี้ไปสู่จังหวัดอื่นที่มีศักยภาพสามารถให้บริการด้านนี้ได้และมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวไปด้วยพร้อมกัน

"ผมกำลังจะไปหารือกับโรงพยาบาล มอ.ที่หาดใหญ่ เพื่อดึงชาวตะวันออกกลางไปใช้บริการทางการแพทย์ทำให้หาดใหญ่มีการหมุนเวียนของนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น เพราะชาวตะวันออกลางกับมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสงขลามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแบบพี่น้อง โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน มาหาดใหญ่จะใกล้ หรือทางตะวันออกลางมาหาดใหญ่ก็จะลดความแออัดของการใช้บริการในกรุงเทพ หรือในภูเก็ต ให้ลงไปที่หาดใหญ่หรือสงขลาแทน เพราะศักยภาพและความสามารถของแพทย์ไม่ได้แตกต่างกัน ทางมอ.ก็มีความพร้อมแล้วที่จะรองรับ และที่หาดใหญ่ก็มีโรงพยาบาลเอกชนอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็พร้อม ตอนนี้มีคุยกัน 3-4 โรงพยาบาล"นายพิพัฒน์ กล่าว

พร้อมกันนั้น ยังจะมีแพ็คเกจสำหรับคนไทยจะมีทุกเดือนทั้ง 77 จังหวัดจะทำทั้งปี ซึ่งแต่ละภูมิภาคมีประเพณีอยู่แล้ว กระทรวงและ ททท.จะเข้าไปสนับสนุนและฟื้นประเพณีบางประเพณีหายไปแล้วหรือหลงลืมไปแล้วให้คนรู้จัก อย่างที่เพิ่งจัดมาคือ"390 ปีเมืองชัยบุรี"ที่จ.พัทลุงเพื่อขายเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่ 390 ปีที่แล้วสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างเมืองในจุดนั้น โดยมีเค้าโครงร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ทั้งกำแพงเมือง ป้อมปราการ ป้อมปืน ซึ่งสามารถต่อจิ๊กซอว์ไปถึงสงขลา อ.สิงหนคร ที่เป็น Route เส้นทางเดินทางของสมเด็จพระนารายณ์ฯ มีป้อมปืนสร้างโดยชาวฝรั่งเศส

อย่างกรณีของอาณาจักรศรีวิชัยที่มีอาญาเขตยาวจากตอนใต้ของไทยไปถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย เชื่อมโยงไปถึงเมืองเชนไนของอินเดียด้วย เป็นยุคที่ไปมาหาสู่กันได้ หรืออาณาจักรบ้านนาทางตอนเหนือเชื่อมโยงเมียนมาและลาวเกิดมาก่อนยุคสุโขทัย สิ่งเหล่านี้เราจะไปฟื้นใหม่และทำให้เยาวชนรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีตั้งแต่ยุคสุโขทัยมาถึงรันโกสินทร์ แต่มีตั้งแต่ล้านนา ทวาราวดี เป็นพันพันปี เราต้องหา story เพื่อสร้างอีเว้นท์จัดเป็นงานขึ้นมา

นอกจากนั้น รมว.ท่องเที่ยวฯ ยังมอบหมายให้ ททท.ปรับปรุงเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งประสานกับเอกชนไทยที่เป็นผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นหลายราย แต่ส่วนยังไม่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ขณะที่ล่าสุดมีแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ได้ดีและกำลังจะเปิดตัวในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ คือ "ไทยเท่" ททท.ก็จะมีการสนับสนุนให้พัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป

"แอพต่างประเทศเขาดีอยู่แล้ว คนใช้ก็ใช้คล่องตัวอยู่แล้ว แต่พยายามพัฒนาว่าแอพที่เป็นขององค์กรในเมืองไทย หรือจัดตั้งบริษัทในประเทศ แล้วรัฐบาลไทยสามารถเข้าไปดูแลและเก็บภาษีได้ ตรงนั้นเป็นอะไรที่รัฐบาลไม่ได้สิ่งที่ควรได้มานานแล้ว อยากให้เห็นในรัฐบาลนี้ว่ารัฐบาลสามารถเก็บรายได้หรือเก็บภาษีจากสิ่งเหล่านี้ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมให้ได้"นายพิพัฒน์ กล่าว
*จัดอีเว้นท์แข่งขันกีฬา-อีสปอร์ตรายการใหญ่ระดับนานาชาติตดึงดูดต่างชาติเข้าไทย

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงกิจกรรมด้านการกีฬาว่า อีเว้นท์กีฬาสามารประสานกับการท่องเที่ยวได้ โดยหลังจากนี้จะมีการจัดการแข่งขันกีฬาหลายประเภทในประเทศไทย หลังจากล่าสุดได้มีการแข่งขันจักรยานยนต์ระดับโลก คือ "Moto GP 2019"ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 จากสัญญาทั้งหมด 5 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติทั่วโลกเดินทางมาชม ปีหน้าจะจัดอีกครั้งในเดือน มี.ค.63

นอกจากนั้ จะมีการจัดซีรีย์การแข่งขันวิ่งเทรลรายการใหญ่ 4 ครั้งในปี 63 หลังจากประเดิมจัดรายการพิเศษในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.63 ที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนอีก 4 สนามเป็นการวิ่งในแหล่งธรรมชาติตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยอาจจะเป็น จ.พัทลุง กาญจนบุรี ลพบุรี พิษณุโลก อุทัยธานี

และจะมีการจัดแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ โดยจะจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกเฉพาะประเทศไทย 3 ครั้งเพื่อคัดทีมที่แข็ง ๆ ของไทยครั้งละ 1 ทีมรวม 3 ทีมมาคัดเป็นตัวแทนไปแข่งกับทีมนานาชาติในซีรีย์สุดท้ายของปีที่จะให้ออร์กาไนซ์ของเจ้าของไลเซ่นส์มาจัดให้หลาย ๆ ประเทศมาแข่งและมีทีมดังของโลกมาเล่นด้วย ซึ่งประเทศไทยจะร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อปลุกจิตสำนึกของเยาวชนด้วยการจัดซีรีย์การแข่งขันใหญ่ ๆ ในประเทศไทย เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ให้เด็กที่เล่นเกมและผู้ปกครองเข้าใจว่าการเล่นเกมก็เป็นอาชีพหนึ่งแต่ผู้เล่นต้องมีวินัยกติกา

"ตอนนี้เยาวชนของเราติดอันดับโลกแล้ว 1 คน ไปแข่งชิงแชมป์โลกที่เซี่ยงไฮ้ วงเงินรางวัลเป็นพันล้าน และมีเยาวชนจากพัทลุงเป็นแชมป์ประเทศไทย อายุ 14-15 ปี ถ้าใครเข้าสู่กีฬาชนิดนี้แล้วติดอันดับโลก ค่าตัวไม่ได้ต่างจากนักฟุตบอล ตอนนี้ในเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ดังมาก และที่เราคิดไม่ถึงถึงฟิลิปปินส์ตอนนี้แซงไทยอยู่ กระทรวงเราต้องส่งเสริมว่าเมื่อเด็กมาเอาดีเรื่องนี้แล้ว เรื่องการศึกษาเราจะจัดสรรให้เขาอย่างไร ยิ่งถ้ามาอยู่ในทีมชาติแล้วเขาจะดูแลเขาอย่างไร"นายพิพัฒน์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ