ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.46 เคลื่อนไหวกรอบแคบ ตลาดจับตาการเจรจาการค้าสหรัฐฯและจีน-Brexit-ปัจจัยใหม่ๆ

ข่าวเศรษฐกิจ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 17:52 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 30.46 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิด "เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลักๆ ตลาดน่าจะย่อยข่าว Non Farm ไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็กลับมา Focus กันที่เรื่อง นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 30.40 - 30.50 บาท/ดอลลาร์

ตลาดที่ 30.45 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 30.43-30.47 บาท/ดอลลาร์

สงครามการค้า แต่ก็อาจจะมีประเด็น Brexit สอดแทรกเข้ามา รวมถึงปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม" นักบริหารเงินระบุ

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.80 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 106.79 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0976 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 1.0987 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,613.71 จุด เพิ่มขึ้น 7.75 จุด, +0.48% มูลค่าการซื้อขาย 39,911.31 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 124.08 ลบ.(SET+MAI)
  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program -
FSAP) ของประเทศไทย ในภาพรวมพบว่าระบบการเงินของไทยมีเสถียรภาพ มีความมั่นคงสามารถรองรับความผันผวนได้ดี และการกำกับ
ดูแลภาคการเงินของไทยมีประสิทธิภาพสูง เป็นไปตามมาตรฐานสากลเทียบเคียงได้กับประเทศชั้นนำ
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2
ล้านล้านบาท โดยจะส่งให้ทางสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้ศึกษารายละเอียดภายในวันนี้ ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ ต่อ
ไป
  • คณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดประชุมรอบต่อไปในวันที่ 11 ต.ค.นี้ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและ
กีฬา จะเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหญ่เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย หลังจากได้มี 2 มาตรการกระตุ้นคนไทยเที่ยว
ไทยไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน
  • ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ได้เปิดตัวรายงาน Trade 20 ซึ่งพบว่าประเทศไทยติดอันดับที่ 8 ใน 20 ประเทศที่มี
ศักยภาพในการเติบโตด้านการค้ามากที่สุด โดยมีปัจจัยหนุนจากความพร้อมในด้านการค้า และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในด้านอีคอมเมิร์ซ
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO Survey) :
Economic Outlook ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2562 ว่า CEO คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จะเติบโตลดลง
จากการสำรวจครั้งก่อน โดยคาดว่าในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในช่วง 2-3% ขณะที่ในการสำรวจครั้งก่อน CEO ส่วนใหญ่ หรือ
74% ของ CEO คาดว่าในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในช่วง 3-4% โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีจะได้รับแรงสนับสนุนจาก
ปัจจัยภายในประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ เสถียรภาพการเมืองไทย และการท่องเที่ยว
  • รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับลดการประเมินภาวะเศรษฐกิจสำหรับเดือนส.ค. โดยระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ลงเป็นครั้งแรกใน
รอบ 4 เดือน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า มาตรการขึ้นภาษีการบริโภคที่มีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนนี้ ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายส่วน
บุคคล
  • นักลงทุนจับตาสถานการณ์ Brexit อย่างใกล้ชิด หลังจากประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ
สหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อเสนอ Brexit ที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยื่นต่อ EU เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ยังคงมีปัญหา
หลายประการที่ต้องแก้ไข และทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีการเจรจากันต่อไป
  • นักลงทุนยังติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดี สื่อต่างประเทศ
รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนได้ส่งส่งสัญญาณการลดขอบเขตการเจรจาการค้า ของที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะพบปะกันในสัปดาห์นี้

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ