ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…
15:32 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5.2 แมกนิจูดในมณฑลกว่างซี ไม่มีรายงานภัยพิบัติ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด…
13:48 ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" พุ่งขึ้นแตะ 19 ราย สูญหายจำนวนมาก   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้สูญหาย…
12:29 รมช.ต่างประเทศจีนเผยการประชุม "สี จิ้นผิง" และ "โมดี" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   นายหลัว จาวฮุย รมช.ต่างประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า การประชุมอย…

ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.47 อ่อนค่าจากวานนี้ ตลาดรอความชัดเจนการเจรจาการค้าสหรัฐและจีนสัปดาห์นี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562 09:17:18 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 30.47 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็น

วานนี้ที่ระดับ 30.46 บาท/ดอลลาร์  หลังดอลลาร์แข็งค่าเนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ตกต่ำของยูโรโซน แต่ปัจจัยสำคัญ

ที่ตลาดจับตามองเป็นเรื่องความคืบหน้าการเจรจาลดความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงปลายสัปดาห์นี้
"บาทอ่อนค่าหลังดอลลาร์แข็งค่าเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ตกต่ำของยูโรโซน แต่น่าจะอยู่ในวงจำกัด
เพราะมีประเด็นสำคัญเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังไม่คลี่คลาย"  นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ระหว่าง 30.40-30.55 บาท/ดอลลาร์
THAI BAHT FIX 3M (7 ต.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.44932% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.37318%
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ 107.38 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 106.80 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ 1.0970 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ  1.0976 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.4540 บาท/ดอลลาร์
- ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ถึงผลการประชุมคณะทำงานวอร์รูมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมความ
พร้อมรับมือกับสงครามการค้าสหรัฐกับจีนและการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการรับ
มือการเบี่ยงเบนทางการค้า โดยเห็นตรงกันว่าจะต้องปรับโครงสร้างประเทศด้วยการใช้โอกาสจากเงินบาทที่แข็งค่านำเข้าวัตถุดิบราคาถูก
มาผลิตเป็นสินค้าและปรับกฎระเบียบภายในให้เอื้อต่อการนำเข้า ซึ่งจะทำให้ไทยมีสินค้าศักยภาพเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น
- เอกชนคาดสงครามการค้าและบาทแข็งพ่นพิษส่งออกอาจติดลบถึง 3% ส่งผลโรงงานเริ่มลดเวลาทำงาน หรือลดคน โดย
เฉพาะกลุ่มสินค้าที่ส่งไปจีน มีคำสั่งซื้อลดลงต่อเนื่อง องค์กรนายจ้างเผยเริ่มมีสัญญาณลดคน หรือไม่รับคนเพิ่มแล้ว ห่วงเด็กจบใหม่ปีหน้าหา
งานยาก
- รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า การจ้างแรงงานไทยปี 63 ยังมีความ
เสี่ยงเกิดปัญหาการว่างงานมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการส่งออก การผลิต การบริการ โลจิสติกส์  ค้าปลีกและค้าส่ง เนื่องจากได้รับผล
กระทบจากปัญหาสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว คาดว่าจะมีผลให้การส่งออกของไทยปี 62 มีโอกาสติดลบ 1.5-
2% ทำให้หลายอุตสาหกรรมปรับตัว ลดการรับแรงงานใหม่ และบางส่วนปรับใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เอไอ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี
ต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้การจ้างงานลดลง
- รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ประกอบการอสังหาริม
ทรัพย์เรียกร้องให้พิจารณาผ่อนผันเกณฑ์การใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย(แอลทีวี)กับที่อยู่อาศัยแนวราบ โดย ธปท.ยังยืนยันว่า
การใช้มาตรการแอลทีวีที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.62 ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่แล้ว ทั้งที่อยู่อาศัยในแนวราบ เช่น บ้านจัด
สรร และในแนวสูง เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น
- ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างเป็นทางการแล้วในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ โดยคาดว่าข้อ
ตกลงดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรของสหรัฐสามารถไต่ระดับขึ้นมาแข่งขันกับบรรดาประเทศคู่แข่งในตลาดโลกได้ ผ่านการปรับลดภาษีนำเข้า
สินค้าเกษตร
- เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่อง
จากนักลงทุนกังวลว่า อังกฤษอาจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ "no-deal Brexit" ขณะเดียวกันนักลงทุน
จับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ
ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เช่นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) หลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ส่งผลให้
สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีความน่าดึงดูดน้อยลง ขณะเดียวกันนักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวัง ก่อนการเปิดเผย
รายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้
- นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 17-18 ก.ย.ของคณะกรรมการเฟดในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทาง
อัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้
- นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME
Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสราว 74.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่มีการ
เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดใน
เดือนก.ย.
- นักลงทุนยังติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ โดยเจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของจีนราว 30 คน นำ
โดยนายเหลียว หมิง รมช.คลังของจีน ได้เดินทางมายังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อวานนี้ เพื่อทำการเจรจาการค้าเป็น
เวลา 2 วัน ก่อนที่การเจรจาระดับรัฐมนตรีของสหรัฐและจีนจะมีขึ้นในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน
- ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.
ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จาก
มหาวิทยาลัยมิชิแกน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง