ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…
15:32 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5.2 แมกนิจูดในมณฑลกว่างซี ไม่มีรายงานภัยพิบัติ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด…
13:48 ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" พุ่งขึ้นแตะ 19 ราย สูญหายจำนวนมาก   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้สูญหาย…
12:29 รมช.ต่างประเทศจีนเผยการประชุม "สี จิ้นผิง" และ "โมดี" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   นายหลัว จาวฮุย รมช.ต่างประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า การประชุมอย…

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.40 แข็งค่าตามภูมิภาค หลังดอลล์อ่อนค่าจากความกังวลเรื่องสงครามการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562 17:29:30 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 30.40 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิด
ตลาดเช้าที่ระดับ 30.47 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาค เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.39-30.48 บาท/ดอลลาร์
"บาทแข็งค่าตามภูมิภาค โดยช่วงบ่ายดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก น่าจะมาจากความกังวลเรื่องสงคราม
การค้าที่มีแนวโน้มไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ" นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 30.35-30.50 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ 107.06 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 107.38 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ 1.0988 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ  1.0970 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,612.17 จุด ลดลง 1.54 จุด, -0.10% มูลค่าการซื้อขาย 36,544.37 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 846.45 ล้านบาท (SET+MAI)
- ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)
ของไทยในปี 62 ลงเหลือ 2.8% จากเดิม 3% เนื่องจากการส่งออกหดตัวแรง ขณะที่การใช้จ่ายเอกชนชะลอตัว และการลงทุนภาครัฐเกิด
ความล่าช้า พร้อมทั้งประเมินว่า GDP ปีหน้าจะเติบโตได้ราว 2.8% โดยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะปัจจัยภายนอก ส่งผลกระทบทำให้การส่งออกฟื้นตัวได้ช้า และการลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัว
SCB EIC ยังคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.25% ใน
รอบการประชุมเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดทั้งปี 63 ขณะที่คาดว่าค่าเงินบาทจะทรงตัวในทิศทางแข็งค่าที่ 30-31
บาท/ดอลาร์สหรัฐในปี 63 ใกล้เคียงปีนี้ เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังเกินดุลสูงถึง 6% ของ GDP
- อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า  กรมฯ เตรียมเดินสายจัดสัมมนารับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียใน
ภูมิภาคต่างๆ ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนปีนี้ เพื่อหาข้อสรุปฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู หลังจากนั้นจะรวบรวมผลการศึกษาและผล
รับฟังความเห็นเสนอระดับนโยบายเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจเรื่องการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ
ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมปีนี้ และน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สหภาพยุโรปแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยุโรปชุดใหม่ที่จะตัดสินใจหรือ
มีนโยบายเรื่องการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอกับไทย
- นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือมาตรการ "ชิม ช้อป ใช้" เฟส 2 คาดว่าจะ
ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ
- ประธานธนาคารโลกเปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง เนื่องจากความไม่แน่นอนในเรื่องการแยกตัวของ
อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ความขัดแย้งทางการค้า และการที่เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว
- ทางการจีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจ้าหน้าที่ของจีนในการเจรจาการค้ารอบใหม่กับ
สหรัฐในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ที่กรุงวอชิงตัน ตามคำเชิญของสหรัฐ
- สื่ออังกฤษอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลอังกฤษว่า รัฐบาลกำลังเตรียมการเพื่อผลักดันให้การเจรจาประเด็นแยกตัวออกจาก
สหภาพยุโรป (Brexit) จบลงในสัปดาห์นี้
- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนส.ค.อยู่ที่ระดับ 2.16 ล้านล้านเยน หรือ
ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 62
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.ย.ของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 51.3 จากระดับ
52.1 ในเดือนส.ค. โดยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย.อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง