ปชป.จัดเสวนา "แปลงจีนให้เป็นโอกาส" มองแนวโน้มไทยยังเนื้อหอมดึงดูดจีนเข้ามาลงทุน-ท่องเที่ยวเพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 17:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในงานเสวนา "แปลงจีนให้เป็นโอกาส" ว่า บทบาทของจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนโยบายเส้นทางสายไหมของจีนที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ และเชื่อว่าไทยยังมีโอกาสสูงมากที่จะได้รับประโยชน์จากการที่จีนเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน การเดินหน้าโครงการรถไฟไทย-จีน มีส่วนช่วยในการสร้างเมืองใหม่ และกระจายรายได้ไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น นอกจากนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงปลายปีนี้ นับเป็นโอกาสดีที่จะมีการผลักดันข้อตกลงทางการค้ากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทั้งจากจีน และประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วย

ด้านนางอักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจจีนมีความสำคัญต่อไทยเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการค้า การส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยปีละ 9 ล้านคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท และนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยเป็นลำดับต้นๆ อีกทั้งจีนยังนำเข้ายางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีสัดส่วน 35%

ทั้งนี้ ในด้านการค้า พบว่ามูลค่าการค้าไทยกับจีนยังต่ำกว่าศักยภาพ อยู่ในระดับ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามที่มีมูลค่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความแตกต่างของมูลค่าการค้า เนื่องจากไทยยังทำการค้าเป็นสินค้าต้นน้ำเป็นหลัก เช่น ยางพารา แต่ทางเวียดนามทำการค้าในเรื่องของสมาร์ทโฟนกับทางจีน ดังนั้นจึงอยากให้ไทยมีการส่งออกสินค้าปลายน้ำให้มากขึ้น

นางอักษรศรี กล่าว่า ไทยยังขาดดุลการค้าจีน และยังกระจุกตัวอยู่ในมณฑลกวางตุ้งเป็นหลัก และโครงสร้างสินค้าส่งออกไปยังจีนมี Value Added ต่ำ ซึ่งจีนเน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากไทยมาผ่านกระบวนผลิตและส่งต่อเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อจีนมีปัญหาส่งออกจึงส่งผลกระทบมาถึงไทยด้วย

ด้านนายมาณพ เสงี่ยมบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจจีน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ยังเชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เม็ดเงินลงทุนจากจีนมาไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า และจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว พร้อมมองว่า ไทยยังเป็นโอกาสสำคัญของทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กของจีนที่จะเข้ามาลงทุน โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทจีนได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงงทุน (บีโอไอ) เป็นเม็ดเงิน 50,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นเท่านั้น และจีนยังมองไทยยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน และมีการย้ายฐานการผลิตมากขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ