ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…
15:32 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5.2 แมกนิจูดในมณฑลกว่างซี ไม่มีรายงานภัยพิบัติ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด…
13:48 ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" พุ่งขึ้นแตะ 19 ราย สูญหายจำนวนมาก   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้สูญหาย…
12:29 รมช.ต่างประเทศจีนเผยการประชุม "สี จิ้นผิง" และ "โมดี" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   นายหลัว จาวฮุย รมช.ต่างประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า การประชุมอย…

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.34/37 แนวโน้มแข็งค่า หลังตลาดกลับมากังวลสงครามการค้ายืดเยื้อ มองกรอบวันนี้ 30.25-30.45

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 11:21:54 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 30.34/37 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก
ช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 30.40 บาท/ดอลลาร์
เช้านี้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากช่วงเย็น และเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากตลาดกลับมา
กังวลปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่เกรงว่าจะยังไม่มีข้อสรุป และยืดเยื้อออกไป ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงนี้
ออกมาไม่ค่อยดี จึงทำให้ล่าสุด ตลาดประเมินว่ามีแนวโน้มถึง 75% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงใน
การประชุมรอบนี้ นอกจากนี้ยังมีความกังวลสถานการณ์ Brexit ร่วมด้วย
"บาทมีโอกาสจะลงต่อ เพราะจากเดิมตลาดมองว่าปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะออกมาดี แต่ข่าวช่วง 1-2 วันที่ออก
มานี้ อาจจะยังตกลงกันไม่ได้และยืดต่อไปอีก ตลาด panic ในส่วนนี้ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐก็ไม่ค่อยดี มีโอกาสถึง 75% ที่เฟด
จะลดดอกเบี้ยลงอีก" นักบริหารเงินระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.25-30.45 บาท/ดอลลาร์
THAI BAHT FIX 3M (8 ต.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.40382% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.34575%
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 30.3350 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 107.14/16 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 107.06 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0961/0963 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.0988 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.4570 บาท/ดอลลาร์
- ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สิ้นปีงบประมาณ 62 (ต.ค.61-ก.ย.62)
สคร.สามารถจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจ และกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% สิริรวม 169,159 ล้าน
บาท สูงกว่าเป้าหมายที่เดิมส่งได้ 168,000 ล้านบาท จำนวน 1,159 ล้านบาท "ในปีงบประมาณ 63 สคร. มีเป้าหมายจัดเก็บรายได้นำ
ส่งจากรัฐวิสาหกิจและกิจการอื่นจำนวน 188,800 ล้านบาท
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหารือเพื่อเตรียม
ความพร้อมสำหรับ 2 มาตรการเสริมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่ 1.มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยและ 2.วันธรรมดาราคาช็อก
โลก ซึ่งมีผู้ประกอบะการท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ร้านอาหาร สปา ผู้ให้บริการเรือยอชต์ เป็นต้น
- ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า IMF เตรียมปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกสำหรับปี
นี้และปีหน้า ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
- ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก เพื่อสกัดกั้นความเสี่ยงของ
เศรษฐกิจโลก โดยย้ำว่า เฟดจะดำเนินการที่เหมาะสม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง
- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.3% ในเดือนก.ย.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการ
ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.
- เงินปอนด์ยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8
ต.ค.) หลังจากสื่อรายงานว่า การเจรจาข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ระหว่างนายบอริส จอห์นสัน
นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มที่จะประสบความล้มเหลว
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดัน
ต่อตลาดทองคำ ขณะเดียวกันนักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวัง ก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลาง
สหรัฐ (เฟด) และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้
- ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค., ตัวเลข
การเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงิน
เฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
- นักลงทุนยังติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางวิตกกังวลว่า การเจรจาการค้าระหว่าง
สหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้อาจประสบความล้มเหลว หลังจากสหรัฐประกาศระงับการออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่
ชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง
- นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 17-18 ก.ย.ของคณะกรรมการเฟดในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทาง
อัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง