แบงก์ออมสิน จับมือธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ร่วมพัฒนาผลิตภภัณฑ์และบริการ 7 ด้าน

ข่าวเศรษฐกิจ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 14:22 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน กับ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) (ICBCT) ร่วมกันลงนามเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน โดยนำจุดแข็งของทั้ง 2 สถาบันการเงินมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย

"ธนาคารออมสินเป็นสถาบันการเงินของรัฐขนาดใหญ่ และมีฐานลูกค้ารายย่อยมากที่สุดในประเทศไทย จับมือพันธมิตรธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) กลุ่มเครือข่ายธนาคารไอซีบีซี ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีลูกค้าบุคคลมากกว่า 500 ล้านราย ผนึกกำลังส่งเสริมความแข็งแกร่งของทั้งสองธนาคารเป็นเครือข่ายธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกช่วยขยายฐานลูกค้าไทย-จีน ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ผ่านธุรกรรมในประเทศไทยด้วยเครือข่ายของธนาคารออมสิน และผ่านเครือข่ายไอซีบีซีทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมเครือข่ายธุรกิจฐานรากและโครงการขั้นพื้นฐานของทางภาครัฐ" นายชาติชาย กล่าว

สืบเนื่องจากความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ คือ ไทย-จีนที่มีมาอย่างยาวนานในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และทางสังคม จวบจนปัจจุบันที่รัฐบาลประเทศจีนและรัฐบาลไทยได้มีความร่วมมือกันในหลายๆโครงการ เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC, โครงการ One Belt One Road เป็นต้น ขณะที่คนไทยและคนจีนมีการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวและการทำธุรกิจ จึงเป็นโอกาสให้ได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้ง 2 ธนาคาร

ความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ 7 ด้าน ได้แก่ บัตรเครดิต Co-Branded UnionPay, บริการด้านร้านค้ารับบัตร (EDC/POS), การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์, การให้สินเชื่อร่วม/เงินกู้ร่วม(Syndicated Loan), โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC (Eastern Economic Corridor), การให้กู้ยืมระหว่างธนาคาร (Interbank Lending) และ การเป็นตัวแทนเพื่อให้บริการลูกค้าร่วมกัน (Banking Agent)

นายชาติชาย กล่าวว่า ธนาคารออมสินเชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวนี้จะเป็นกลไกสำคัญเพื่อที่จะสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการร่วมกันให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น

ด้านนายจื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการ ICBCT กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ธนาคารดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยมาโดยตลอด และพร้อมให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุมได้อย่างครบถ้วน

"มั่นใจว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการช่วยขยายฐานลูกค้าของทั้งสองธนาคาร ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้กับร้านค้าด้วย อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยว ในแง่ของเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานในการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งต่อไป" นายจื้อกัง หลี่ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ