ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.40 แกว่งแคบตามแรงซื้อขาย ตลาดรอดูยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.35-30.45

ข่าวเศรษฐกิจ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 17:50 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 30.40 บาท/ดอลลาร์ จากตอน "ระหว่างวันมีทั้งแรงซื้อแรงขายสลับกัน เนื่องจากตลาดไร้ปัจจัยใหม่ๆ ชี้นำ แต่คืนนี้ต้องรอดูตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯ นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทพรุ่งนี้ ระหว่าง 30.35 - 30.45 บาท/ดอลลาร์ พร้อมกันนี้ เตรียมเสนอมาตรการ "ชิมช้อปใช้ เฟส 2" เสนอให้ที่ประชุมครม.เห็นชอบในวันที่ 22 ต.ค.นี้ และคาด

เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.41 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 30.38-30.43 บาท/ดอลลาร์

ซึ่งค่อนข้างสำคัญ เพราะอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด เพราะตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ Drop
ลงทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ" นักบริหารเงิน ระบุ

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 108.69 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 108.64 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1040 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 1.1027 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,634.46 จุด เพิ่มขึ้น 7.45 จุด, +0.46% มูลค่าการซื้อขาย 58,534.92 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 550.80 ลบ.(SET+MAI)
  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มาตรการ "ชิมช้อปใช้" สำหรับการใช้จ่ายใน 19
วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์ 8,519,390 ราย ยอดการใช้จ่ายรวม 8,282 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดเล็กตามวัตถุ
ประสงค์ของมาตรการฯ 82% หรือ 6,793 ล้านบาท และการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา มีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากช่วงเริ่มต้นมาอยู่ที่ 18% หรือ 1,489 ล้านบาท

ว่าจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 23 ต.ค.
  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวัน (บอร์ดอีอีซี) รับทราบแผนเร่งรัดการส่ง
มอบพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟความความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ตามที่คณะอนุกรรมการ
บริหารที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังเป็นประธานเสนอ ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ คาดว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อม
3 สนามบินเฉพาะสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา จะสามารถเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ส่วน
สถานีพญาไท-ดอนเมือง ที่มีการรื้อย้ายปรับปรุงสาธารณูปโภคจำนวนมาก คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วง 2567-2568
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ อะนาลิติกส์ เปิดเผยว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย
ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า และบรรดาผู้กำหนดนโยบายของประเทศทั่วโลก อาจไม่สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ดังกล่าว
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเงินสด 2 แสนล้านหยวนผ่านโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) เข้าสู่ระบบการ
เงินในวันนี้ ผ่านการดำเนินการทางตลาด (OMO) เพื่อรักษาสภาพคล่องในตลาด โดยเงินกู้ในโครงการ MLF มีอายุ 1 ปี และคิด
อัตราดอกเบี้ย 3.3%
  • รัฐบาลจีน ตัดสินใจที่จะเปิดเสรีภาคการประกันภัยและธนาคารให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยการปรับปรุงด้านกฎ
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการตัดสินใจที่เกี่ยวกับการแก้ไขกฎระเบียบการจัดการบริษัทประกันภัยและธนาคารที่ลงทุนโดยต่างชาตินั้น
ได้รับอนุมัติจากสภาแห่งรัฐ และจะมีผลบังคับใช้ในทันทีที่มีการประกาศ
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic
Outlook -WEO) โดยได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ประเทศอินเดียในปี 2562 ลงสู่ระดับ 6.1% จากระดับ 7.3% ที่
คาดการณ์ไว้เมื่อเม.ย.62 เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจอินเดียชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 โดยได้รับผลกระทบจากภาวะ
ซบเซาในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของบริษัทการเงินนอกภาคธนาคาร
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.ย., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนต.
ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอ
รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนส.ค.จาก Conference Board เป็นต้น

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ