(เพิ่มเติม) รมว.พลังงาน รณรงค์คนไทยใช้ B10 ช่วยลดฝุ่น PM2.5-แก้ราคาปาล์ม พร้อมจำหน่ายทุกปั๊มทั่วประเทศ มี.ค.63

ข่าวเศรษฐกิจ Monday October 28, 2019 13:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 โดยมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย รวมทั้งสมาพันธ์สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงความพร้อมของทุกฝ่ายในการสนับสนุนการใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นดีเซลฐานแทน B7 เดิม โดยกำหนดให้ B10 เป็นดีเซลฐานสำหรับรถดีเซลทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 และให้ B7 เป็นดีเซลทางเลือกสำหรับรถรุ่นเก่าและรถยุโรป และ B20 เป็นดีเซลทางเลือกสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ตั้งเป้าหมายจะสามารถจำหน่าย B10 ได้ทุกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศวันที่ 1 มีนาคม 2563

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายการใช้ B10 อยู่ที่ 57 ล้านลิตรต่อวัน หากเกิดการใช้กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นคาดว่าจะมียอดการใช้น้ำมันปาล์มดิบจะอยู่ที่ 2.2 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของประเทศ ซึ่งกระทรวงพลังงานจะขอเป็นผู้ดูแลน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% หรือ B100 สำหรับผลิต B10 เอง จึงต้องหามาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า CPO จากต่างประเทศ เนื่องจากมาตรการ บี10 เป็นมาตรการที่กระทรวงพลังงานมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า CPO สำหรับมาผลิตน้ำมันไบโอดีเซล โดยเบื้องต้นจะมีอีก 2 แนวทางที่จะพิจารณานำมาใช้ นอกเหนือจากมาตรการเติมสารปรุงแต่ง (Marker) ในลงน้ำมันปาล์มดิบเพื่อให้น้ำมัน B10 มีคุณลักษณะพิเศษที่มีเพราะในไทย ซึ่งอีก 2 มาตการจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบได้เช่นกัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 ซึ่งมีสัดส่วนไบโอดีเซล (B100) ผสมในเนื้อน้ำมันดีเซลประมาณ 10% เป็นมาตรการของกระทรวงพลังงานในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ B100 ในภาคพลังงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งการสร้างสมดุลนี้เองช่วยสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันทำให้ราคาสูงขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดปริมาณฝุ่นพิษ PM 2.5 และยังประหยัดการนำเข้าน้ำมันได้ถึงประมาณ 1.8 ล้านลิตร/วัน

"สำหรับข้อกังวลที่มีต่อเครื่องยนต์ทางค่ายรถยนต์ที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ต่างร่วมยืนยันว่า ดีเซล B10 สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยกับรถเครื่องยนต์ดีเซลหลายๆ รุ่น อาทิ โตโยต้า อีซูซุ นิสสัน ฟอร์ด เอ็มจี เชฟโรเล็ต เป็นต้น ส่วนรถรุ่นเก่า และรถค่ายยุโรปก็ยังมีน้ำมันทางเลือก B7 ไว้รองรับ โดยกระทรวงพลังงานจะกำกับดูแล ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการจำหน่ายที่สถานีบริการน้ำมัน มั่นใจได้ในคุณภาพของ B10 จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนเลือกใช้ B10 ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยเกษตรกรสวนปาล์มแล้ว ยังช่วยลดฝุ่นพิษ PM 2.5 ช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน และยังช่วยลดเงินในกระเป๋าท่านอีกด้วย เพราะ B10 มีราคาถูกกว่า B7 ถึงลิตรละ 2 บาท"นายสนธิรัตน์ กล่าว

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน จำนวนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลของไทยมีประมาณ 10.5 ล้านคัน (ก.ค.62) เป็นรถที่ใช้ B10 ได้ประมาณ 5.3 ล้านคัน หรือประมาณ 50% ที่เหลือเป็นรถดีเซลรุ่นเก่ามากๆ และรถยุโรปราคาแพง ซึ่งก็มีทางเลือกในการใช้ B7 ได้ และยังมีน้ำมัน B20 เป็นน้ำมันดีเซลทางเลือกสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่อีกด้วย อย่างไรก็ดี ผู้ใช้รถยนต์ตรวจสอบว่ารถรุ่นไหนสามารถใช้น้ำมันดีเซล B10 ได้หรือไม่ จากเว็บไซต์ ของกรมธุรกิจพลังงาน www.doeb.go.th หรือที่ศูนย์บริการหรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อ

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การติดสติ๊กเกอร์ให้กับรถยนต์ที่พร้อมเติม B10 นั้น ทางผู้ค้าน้ำมันแต่ละค่ายจะเป็นผู้จัดทำสติ๊กเกอร์ที่จะนำไปติดบริเวณด้านในฝาเติมน้ำมัน เพื่อแสดงให้ประชาชนมั่นใจว่ารถยนต์ใหม่พร้อมที่จะเติม B10 ได้ ส่วนรถยนต์เก่าได้ขอความร่วมมือค่ายรถและอู่รถยนต์เป็นผู้ติดสติ๊กเกอร์ให้สำหรับรถที่มีความพร้อมใช้ หรือ รถที่ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างแล้ว เพื่อการันตีว่ารถยนต์คันนั้นๆ สามารถเติม B10 ได้

ขณะที่การผสมสารเติมแต่ง (Marker) ในน้ำมันดีเซล B10 ปัจจุบันยังเป็นสีม่วงอยู่ และจะยังไม่เปลี่ยนสีเนื่องจากมีต้นทุน จึงขอติดตามสถานการณ์ยอดการใช้ในอนาคตก่อน ส่วนการที่กระทรวงพลังงาน จะเป็นผู้ดูและสต็อก CPO ปริมาณ 2 ใน 3 ของยอดการใช้นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและหารือรูปแบบที่เหมาะสมว่าจะเข้าไปดูแลในส่วนไหนอย่างไร

นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ กรมธุรกิจฯ คาดว่าจะเชิญผู้ค้าน้ำมันและกลุ่มโรงกลั่นฯเข้ามาหารือถึงความพร้อมในการส่งเสริมการใช้เอทานอล ตามแนวทางส่งเสริมการให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานกลุ่มเบนซินต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ เพื่อสรุปแผนที่ชัดเจนเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาต่อไป โดยปัจจุบัน มียอดการใช้ E20 รวมทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 8-9 ล้านลิตรต่อวัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ปตท. มีความพร้อมจำหน่ายน้ำมันดีเซล B10 โดยตั้งเป้าว่าภายในวันที่ 1 ม.ค.63 จะมีสถานีบริการน้ำมัน B10 ทุกจังหวัด และภายในเดือน มี.ค.63 จะมีครบทุกแห่ง จำนวน 1,800 แห่ง ปัจจุบันกลุ่ม ปตท. มีส่วนแบ่งทางการตลาดน้ำมันอยู่ที่ 40% ของยอดขายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปตท.ยังคงน้ำมันดีเซล B7 เพื่อเป็นทางเลือก โดยจะเลือกจำหน่ายในบางพื้นที่ที่ยังมีความต้องการ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ