BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.10-30.40 ชี้ตัดสิทธิ GSP ซ้ำเติมส่งออกหลังบาทแข็ง-จับตาสัญญาณดอกเบี้ยเฟด

ข่าวเศรษฐกิจ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562 14:10 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.10-30.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ 30.18 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 31 พ.ค.56 ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย 4.3 พันล้านบาท และ 3.3 พันล้านบาท ตามลำดับ ส่วนเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น ส่วนเงินยูโรยังเผชิญแรงกดดันหลังข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ย่ำแย่

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ฯ มองว่า ตลาดโลกจะจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยนักลงทุนจะรอดูสัญญาณจากเฟดเพื่อประเมินนโยบายในระยะถัดไป หากเฟดแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่คาด แนวโน้มขาลงของค่าเงินดอลลาร์จะถูกจำกัด และสหรัฐจะประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 และการจ้างงานในสัปดาห์นี้ รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าหลังมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ และจีนใกล้ที่จะจัดทำข้อตกลงเบื้องต้นแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ตลาดจะให้ความสนใจการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และประเด็นรัฐสภาของสหราชอาณาจักรจะตัดสินใจเรื่องข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีจอห์นสันในการจัดการเลือกตั้งใหม่ หลังสหภาพยุโรป (อียู) มีมติเลื่อนเส้นตาย Brexit ออกไปจาก 31 ต.ค.นี้ แต่ไม่ได้กำหนดเส้นตายใหม่

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คาดว่า ตลาดจะระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับท่าทีของทางการหลังเงินบาททดสอบระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าประเทศตลาดเกิดใหม่เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนท่ามกลางการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำมากเป็นเวลานานของประเทศพัฒนาแล้ว โดยธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ต้องทำตามประเทศพัฒนาแล้วในการชะลอเวลาปรับนโยบายการเงินกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน ท่าทีดังกล่าวสนับสนุนมุมมองของเราที่ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันที่ 6 พ.ย. และจะคงไว้ตลอดปี 2563

ส่วนประเด็นสหรัฐฯ ประกาศจะตัดสิทธิประโยชน์ภาษีศุลกากรทางการค้า(GSP) คาดว่าจะส่งผลต่อการส่งออกอย่างจำกัดแต่ถือเป็นการซ้ำเติมแรงส่งเชิงลบในภาคธุรกิจส่งออกจากภาวะการค้าโลกชะลอตัวและเงินบาทที่แข็งค่ากว่าสกุลเงินคู่แข่งและคู่ค้า


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ