บอร์ด กฟผ.เตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาปรับโครงสร้างองค์กรรองรับเทคโนโลยีไฟฟ้าดิจิทัล-มุ่งหารายได้เพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:43 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานและในฐานะ ประธานคณะกรรมการบริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กฟผ.เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้บริหารของกฟผ.และตัวแทนจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกฟผ.(สร.กฟผ.) ราวปลายเดือน พ.ย.62 เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร กฟผ.ให้ทันสมัยรองรับกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เป็นระบบไฟฟ้าดิจิทัล เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ภายหลังคณะทำงานดังกล่าวตั้งเสร็จแล้วจะเปิดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการในเดือน ธ.ค.62 นี้ ด้วยการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมเสนอความเห็นในการระดมสมองต่อการปรับองค์กรและการทำงานให้มากขึ้นเพื่อจะกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

ส่วนการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อรองรับธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าต่างประเทศ (เทรดดิ้ง) นั้น คณะกรรมการ กฟผ.ได้หารือเบื้องต้นแล้วแต่ยังต้องหารือในรายละเอียดถึงการจัดตั้งว่าจะเป็นลักษณะของหน่วยธุรกิจ (BU) หรือในรูปแบบบริษัท รวมถึงการนำเทคโนโลยี ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาบริหาร Big Data เช่น ระบบส่งอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด) เพื่อลดการสูญเสียในระบบส่ง รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านพลังงานทดแทน เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อการรักษาระดับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าและรายได้ของ กฟผ.ในทิศทางที่เพิ่มขึ้น

ด้านนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.อยู่ระหว่างการหารายได้เพิ่มขึ้น โดยจะให้บริการด้านการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (O&M) ประเภทต่างๆ ซึ่งจะเน้นไปที่โรงไฟฟ้ากังหันลม (Wind Turbine) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศ สปป.ลาว เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมเกิดขึ้นในประเทศและต่างประเทศ และในช่วง 6 ปีหลังของการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน จะเป็นช่วงที่ผู้ให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าไม่ค่อยรับบริการ เพราะมีความยากในการทำงาน กฟผ.ก็จะใช้ช่องว่างในส่วนนี้เข้าไปดำเนินการแทน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เกิดขึ้นในประเทศ สปป.ลาว ก็มีบริษัทลูกของ กฟผ.เข้าไปดำเนินการหลายโครงการ จึงมีโอกาสที่ กฟผ.จะเข้าไปให้บริการในส่วนนี้ได้

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) ซึ่งเป็นบริษัทลูก ได้เข้าไปร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน กวางจิ ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ.ก็จะเข้าไปให้บริการ O&M แก่โรงไฟฟ้านี้ และยังมีความร่วมมือกับ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งมีบริษัทลูกที่ให้บริการ O&M คือ ESCO ก็จะไปร่วมดำเนินงานกับ ESCO ต่อไป ซึ่ง EGCO มีโรงไฟฟ้าในประเทศฟิลิปปินส์ ลาว เป็นต้น

นายบุญญนิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฟผ.ยังมีแผนดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของ เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ซึ่ง กฟผ.จะดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะกำหนดพื้นที่จัดตั้งโครงการขึ้นมา เช่น โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ กฟผ.ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้จัดตั้งขึ้น รวมทั้งจัดทำกิจกรรมตอบแทนสังคม(CSR)ในพื้นที่ด้วย ซึ่งโรงไฟฟ้าชุมชนก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ กฟผ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ