คลัง-KTB แจงเงื่อนไข"ชิมช้อปใช้"เฟส 3 พร้อมขยายวันสิ้นสุดโครงการทุกเฟส หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายในประเทศผ่าน G-Wallet2

ข่าวเศรษฐกิจ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 15:34 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คลัง-KTB แจงเงื่อนไข

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.62 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ "ชิมช้อปใช้" เฟส 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการที่มาตรการ "ชิมช้อปใช้" ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ได้รับสิทธิทั่วประเทศ 12,901,825 คน มียอดใช้จ่ายแล้ว 12,450 ล้านบาท และยังมีประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการอีกเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะจับจ่ายใช้สอย แต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ กระทรวงการคลังจึงได้ออกแบบมาตรการ "ชิมช้อปใช้" เฟส 3 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศผ่าน G-Wallet 2 โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย และปรับปรุงวิธีดำเนินมาตรการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

คลัง-KTB แจงเงื่อนไข

นายพรชัย กล่าวว่า มาตรการชิมช็อปใช้ เฟส 3 จะเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิมาลงทะเบียนเพิ่ม จำนวนไม่เกิน 2 ล้านคน โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายจากเงินของประชาชนเองผ่าน G-Wallet ช่อง 2 เป็นเงินชดเชย 15% ของยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท (เงินชดเชยไม่เกิน 4,500 บาท) และเงินชดเชย 20% ของยอดใช้จ่ายในส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (เงินชดเชยไม่เกิน 4,000 บาท) เช่นเดียวกับชิมช็อปใช้ เฟส 1 และ 2 จะแตกต่างเพียงไม่มีวงเงินสนับสนุน 1,000 บาท ผ่าน G-Wallet ช่อง 1

นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการใช้จ่ายผ่าน G-Wallet ช่อง 2 ให้สะดวกมากขึ้น โดยสามารถใช้จ่ายได้ทุกจังหวัดรวมทั้งจังหวัดตามทะเบียนบ้าน อีกทั้งสามารถใช้จ่ายค่าบริการแพ็กเกจที่พักพร้อมการเดินทางหรือบริการที่เกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงการจ่ายค่าสินค้าและบริการผ่านระบบที่สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมได้

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า มาตรการชิมช็อปใช้ เฟส 3 จะเปิดรับลงทะเบียนเพิ่มอีก 2 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนทั่วไป 1.5 ล้านคน และผู้สูงอายุที่อายุครบ 60 ปีแล้วอีก 5 แสนคน โดยจะเปิดลงทะเบียนในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ย.) วันละ 750,000 คน แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ รอบเช้าเวลา 6.00 น. และรอบเย็นเวลา 18.00 น. รอบละ 375,000 คน ส่วนผู้สูงอายุที่ครบ 60 ปี จะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 17 พ.ย.62 จำนวน 500,000 คน ตั้งแต่เวลา 8.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าจะครบตามสิทธิ

โดยมาตรการชิมช็อปใช้ เฟส 3 นี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค.63 ซึ่งขยายระยะเวลาให้ผู้ได้รับสิทธิเดิมด้วย สำหรับร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการได้ภายในเดือนม.ค.63

สำหรับผู้รับสิทธิในเฟส 3 จะได้รับสิทธิเฉพาะการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 เท่านั้น และมีการขยายมาตรการเพิ่มเติม โดยผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟส 1-3 สามารถใช้จ่ายได้ทุกจังหวัด พร้อมขยายระยะเวลาการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 63

นายผยง กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยมีความมั่นใจในระบบการลงทะเบียนผ่าน www.ชิมช้อปใช้.com รวมทั้งแอพพลิเคชั่นทั้งถุงเงินและเป๋าตัง ว่าจะสามารถรองรับการทำธุรกรรมของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีร้านค้า โรงแรม เข้าร่วมโครงการที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับสิทธิ์ได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะโรงแรมในเครือดังระดับ 5 ดาวเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก เช่น เครือโรงแรมเซ็นทารา ศรีพันวา เอดับบลิวซี แอคคอร์ ดุสิต ชาเทรียม ไฮแอท ไอเอชจี แมริออท อินเตอร์คอนติเนนตัล ใบหยก โรงแรมบูติค และรีสอร์ตอื่นๆ ทั่วประเทศกว่า 4,600 แห่ง รวมทั้งร้านอาหารชื่อดังที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รับสิทธิเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย เตรียมความพร้อมในการจัดโครงการชิมช้อปใช้ชิงโชค ลุ้นรับทองคำตลอดโครงการถึงวันที่ 31 ม.ค.63 สำหรับผู้รับสิทธิ์ที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 และร้านค้าถุงเงิน โดยการจับรางวัลแบ่งเป็น ผู้รับสิทธิ์ที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G - Wallet 2 ทุกๆ 1,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ และร้านถุงเงิน 1 ใบสลิป จะได้รับ 1 สิทธิ์ คาดว่าจะจับรางวัลทุก 2 สัปดาห์ และทองที่แจกเป็นมูลค่าไม่น้อย แต่ยังต้องรอการอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายการพนันก่อน ถึงเปิดเผยรายละเอียดได้

"การใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ล่าสุดสูงกว่า 1,000 ล้านบาทแล้ว มีการเพิ่มขึ้น เมื่อมีการปลดล็อกเงื่อนไข และมาตรการชิงโชคเข้ามา จะช่วยทำให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน" นายพยง กล่าว

สำหรับขั้นตอนการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet 2 ง่ายไม่ซับซ้อน และสะดวกรวดเร็ว โดยเติมเงินผ่านการสแกน QR Code ด้วยแอพของทุกธนาคาร หรือเติมเงินผ่านตู้ ATM ของ 5 ธนาคารใหญ่ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ด้วยบัตร ATM ที่ตรงกับตู้ธนาคารนั้นๆ เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ในร้านค้าที่ร่วมโครงการชิมช้อปใช้ได้ทุกจังหวัด จะได้รับสิทธิเงินคืน โดยยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท รับเงินคืน 15% และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท รับเงินคืน 20% รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท

ขณะที่วิธีการชำระเงินเพื่อรับสิทธิเงินคืนเข้าแอปเป๋าตัง เพียงกดที่เมนูใช้สิทธิรับเงินคืน 15-20% และเลือกใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน หลังได้ QR Code ให้ร้านค้าใช้แอพถุงเงินสแกน ผู้รับสิทธิตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน ในส่วนการรับเงินคืนจะคืนมี 2 รอบ รอบแรกสำหรับการใช้จ่ายตั้งแต่ วันที่ 27 ก.ย. - 30 พ.ย.62 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือนธ.ค.62 และรอบที่ 2 การใช้จ่ายในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.62 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือนม.ค.63 โดยลูกค้าสามารถโอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารของตนเองได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ