สรรพสามิตเล็งเสนอคลังตั้งกองทุนเก็บเงินจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า-ไฮบริด หวังใช้เป็นกลไกกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์

ข่าวเศรษฐกิจ Monday December 16, 2019 17:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สรรพสามิตเล็งเสนอคลังตั้งกองทุนเก็บเงินจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า-ไฮบริด หวังใช้เป็นกลไกกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการรถยนต์ เกี่ยวกับแนวทางการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กองทุนส่งเสริมและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้านั้น ในช่วงต้นปี 2563 จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว ซึ่งจะมีหน้าที่หลักในการดูแล ติดตามการบริหารจัดการแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพให้ถูกวิธี ทั้งการกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก หรือการรีไซเคิล เพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างภายในประเทศ

โดยหลังจากกระทรวงการคลังเห็นชอบในหลักการแล้ว จะต้องทำประชาพิจารณ์ตามขั้นตอน และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยยอมรับว่ายังมีกระบวนการอีกมาก และต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการพอสมควร ซึ่งประเมินว่ากองทุนดังกล่าวจะยังไม่แล้วเสร็จภายในปี 2563 แน่นอน

"ปัจจุบันมีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งรถยนต์และเรือ ไปจนถึงของใช้อื่น ๆ โดยสิ่งที่เป็นห่วงคือแบตเตอรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นจำพวกนิเกิลไอออน และลิเทียมไฮไดรด์ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ จึงต้องมีระบบบริหารจัดการขึ้นมาดูแล ซึ่งพิจารณาร่วมกับภาคเอกชนแล้ว เห็นว่าการจัดตั้งหน่วยติดตามในส่วนนี้ในรูปแบบกองทุน จะคล่องตัวมากที่สุด โดยจะมีคณะกรรมการกองทุน ที่มีตัวแทนภาคเอกชนและนักวิชาการเข้ามาร่วมด้วย และมีหน้าที่หลักในการติดตามการบริหารจัดการแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าแบตเตอรี่ลูกนั้น จะถูกนำไปกำจัดหรือรีไซเคิลอย่างถูกวิธี" นายพชร กล่าว

สำหรับกลไกของกองทุนดังกล่าว จะมีการเรียกเก็บเงินจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่เกิน 1 พันบาทต่อยูนิต เสมือนเป็นค่ามัดจำ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้บริโภค เพื่อหมุนเวียนในกองทุนในการสร้างระบบในการใช้กำกับติดตาม และกรณีที่แบตเตอรี่ครบอายุการใช้งาน เช่น 5-7 ปี ผู้บริโภคต้องนำแบตเตอรี่มาคืนให้กับค่ายรถยนต์ เพื่อนำเข้าสู่ระบบกำจัดอย่างถูกต้อง และค่ายรถยนต์จะคืนเงินกลับไปให้ผู้บริโภค

แต่ถ้าไม่นำแบตเตอรี่มาคืน ผู้บริโภคก็จะไม่ได้รับเงินดังกล่าวคืน โดยเบื้องต้นประเมินว่า การจัดเก็บเงินเข้ากองทุนดังกล่าว ในช่วงแรกจะมีเงินเข้ามาประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งกรมฯ ไม่ได้ต้องการเงินจำนวนมากอยู่แล้ว แต่เพียงแค่ต้องการให้มีกลไกการจัดการแบตเตอรี่ที่ชัดเจนและถูกต้องเท่านั้น

"กองทุนจะดำเนินการในลักษณะการส่งเสริม ไม่ใช่การคิดค่าปรับเหมือนกับที่ส่วนราชการทำ โดยกองทุนมีหน้าที่ติดตามว่าแต่ละค่ายรถยนต์ทำอย่างไรให้แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพให้หายไปอย่างถูกต้อง ตามกระบวนการ" อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว

นายพชร กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนจัดการรถเก่าและซากรถยนต์นั้น ยืนยันว่า ไม่เคยมีการหารือกับภาคเอกชน และไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าวเลย โดยเท่าที่ทราบ เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นแนวคิดส่วนตัว และยังไม่เคยมีการหารืออย่างเป็นทางการในเรื่องนี้แต่อย่างใด รวมทั้งมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่กรมสรรพสามิต


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ