รฟท.ชงบอร์ดจัดซื้อรถไฟใหม่ 184 คัน-หัวรถจักรใหม่วงเงินไม่เกิน 2.65 หมื่นลบ.รับรถไฟทางคู่เปิดใช้ปี 67

ข่าวเศรษฐกิจ Friday December 27, 2019 14:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รฟท.ชงบอร์ดจัดซื้อรถไฟใหม่ 184 คัน-หัวรถจักรใหม่วงเงินไม่เกิน 2.65 หมื่นลบ.รับรถไฟทางคู่เปิดใช้ปี 67

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.จะนำเสนอต่อคณะกรรมการ รฟท. ในวันที่ 16 ม.ค.63 เพื่อขออนุมัติการจัดซื้อรถไฟขบวนใหม่ 184 คัน ที่รองรับได้ทั้งระบบดีเซลและไฟฟ้า วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท และโครงการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่ 50 คัน มูลค่า 6,500 ล้านบาท ซึ่งได้จัดประมูลไปแล้ว ขณะที่โครงการจัดซื้อรถไฟขบวนใหม่นั้น จะออกทีโออาร์เชิญชวนประมูลราคาต่อไป นอกจากนี้ นำเสนอรายงานการบริหารสถานีกลางบางซื่อเพื่อหาเอกชนเข้ามาบริหาร

รฟท.ชงบอร์ดจัดซื้อรถไฟใหม่ 184 คัน-หัวรถจักรใหม่วงเงินไม่เกิน 2.65 หมื่นลบ.รับรถไฟทางคู่เปิดใช้ปี 67

ในวันนี้ รฟท.ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-ชุมพร (สัญญา1) กับ China Railway Signalling & Communication (CRSC) ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในนาม The Consortium of CRSC Reseach and Design Institute Group Co., Ltd and CRSC International Caompany Limited ซึ่งเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ที่ประกอบด้วย CRSC Reseach and Design Institute Group Co., Ltd. และ CRSC International Caompany Limited มูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น 6,210 ล้านบาท ระยะทางของโครงการประมาณ 420 กม. ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน

ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะเริ่มงานก่อสร้างภายใน 30 วัน หลังลงนามในสัญญา และกำหนดแล้วเสร็จประมาณช่วงเดือน ธ.ค.65 ขอบเขตของงาน เพื่อออกแบบ จัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (ทางก่อสร้างใหม่และทางรถไฟเดิม) โดยใช้ระบบอาณัติสัญญาณบังคับสัมพันธ์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Based Interlocking: CBI System จำนวน 59 สถานี พร้อมระบบป้องกันเหตุอันตรายของขบวนรถโดยอัตโนมัติ (Automatic Train Protection:ATP) ตามมาตรฐาน European Train Control System (ETCS) Level 1

อนึ่ง รฟท.ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ จำนวน 2 สัญญา มูลค่ารวม 5,213 ล้านบาท ระหว่าง รฟท.กับกิจการร่วมค้า บีที-ยูเอ็น ประกอบด้วย บริษัท บอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ซิกเนล (ประเทศไทย) จำกัด และ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) กำหนดแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.66

และ รฟท.ลงนามสัญญาโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ (สัญญา 3) ลงนามกับกิจการร่วมค้า The Consortium of Italian-Thai Development Public Company Limited and LSIS Co., Ltd. , ประกอบด้วย บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ (ITD) และ บริษัท LSIS Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี มูลค่ารวม 2,445 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จ ก.ย.66

นายวรวุฒิ กล่าวว่า ภาพรวมโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ 1 คาดว่าล่าช้ากว่าแผน 6 เดือน แต่งานโยธายังเป็นไปตามแผนและสามารถควบคุมงานให้ไม่ล่าช้า เนื่องจากการประกวดราคาเป็นแบบ International Bidding ที่ใช้พ.ร.บ.จัดซื้อจ้างจ้ดจ้าง ฉบับใหม่ โดยทั้ง 3 สัญญาจ้างก่อสร้างโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทจะสามารถเริ่มงานได้ต้นก.พ.63

ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ 1 ได้ในปี 67 ทุกเส้นทาง โดยจะทยอยเปิดให้บริการ โดยเบื้องต้นคาดสายอีสานจะเปิดได้ก่อนที่มีเส้นทางที่งานโยธาแล้วเสร็จ ได้แก่ ช่วงจิระ-ขอนแก่น , ช่วงมาบกะเบา-จิระ , ช่วงฉะเชิงเทรา- คลองสิบเก้า - แก่งคอย ส่วนสายเหนือเป็นเส้นทาง ลพบุรี-ปากน้ำโพ และสายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ