ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.67 แข็งค่าต่อเนื่องตามภูมิภาค จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนนี้ คาดธุรกรรมสัปดาห์หน้าเบาบางหลังหลายตลาดหยุดเทศกาลอีสเตอร์

ข่าวเศรษฐกิจ Friday April 10, 2020 17:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.67 แข็งค่าต่อเนื่องตามภูมิภาค จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนนี้ คาดธุรกรรมสัปดาห์หน้าเบาบางหลังหลายตลาดหยุดเทศกาลอีสเตอร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิด ตลาดที่ระดับ 32.70 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 32.65-32.72 บาท/ดอลลาร์

"วันนี้หลายตลาดหยุด Good Friday ก่อนเทศกาลอีสเตอร์ทำให้ตลาดค่อนข้างบาง ยังไม่มีกระแสข่าวใหม่ๆ หลังจากที่เมื่อ คืนเฟดออกมาตรการกระตุ้นและเสริมสภาพคล่องชุดใหญ่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุล เงินบาทก็แข็งค่าไปตามภูมิภาค"นักบริหาร เงินระบุ

สำหรับคืนนี้จะมีตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ส่วนวันจันทร์เนื่องจากบางตลาดยังหยุดทำการเนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ เพราะ ฉะนั้นตลาดอาจจะยังเบาบางต่อ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไว้ระหว่าง 32.60-32.75 บาท/ดอลลาร์

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.67 แข็งค่าต่อเนื่องตามภูมิภาค จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนนี้ คาดธุรกรรมสัปดาห์หน้าเบาบางหลังหลายตลาดหยุดเทศกาลอีสเตอร์
  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 108.43 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 108.54 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0947 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.0925 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,228.03 จุด เพิ่มขึ้น 17.55 จุด, +1.45% มูลค่าการซื้อขาย 53,795.91 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,188.76 ลบ.(SET+MAI)
  • โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดวันนี้ว่า พบผู้
ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 50 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสมรวม 2,473 ราย ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม
เป็น 33 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 1,013 ราย
  • กระทรวงการคลัง เตรียมออกประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้
รักษาวินิจฉัย หรือป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการนำเข้าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการ
แพทย์ รวมทั้งสิ้น 66 รายการ เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการรักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาลต่างๆทั่วประเทศให้เพียงพอ โดยมอบหมายให้กรม
ศุลกากร ออกประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตร 12 ในพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.
ศ.2530 ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือนก.ย.63
  • รมว.คลัง กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จะเน้นการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก แม้ว่าจะมีองค์กร
ระหว่างประเทศเสนอให้เงินกู้ ทั้งธนาคารโลก (World Bank) และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) โดยรัฐบาลจะพิจารณา
การกู้เงินในแต่ละช่วงเวลาให้มีความเหมาะสมและมีต้นทนถูกที่สุด โดยอาจจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนให้รัฐบาลกู้เงิน
ด้วย ซึ่งจะมีการศึกษาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้รับอนุมัติจากธนาคารกลางเมียนมาให้จัดตั้งธุรกิจแบบจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย
เมียนมา (Subsidiary Bank) ทำให้สามารถเปิดธนาคารในรูปแบบบริษัทลูกที่มี SCB เป็นผู้ถือหุ้น 100% และสามารถประกอบธุรกิจ
ธนาคารพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบเสมือนธนาคารท้องถิ่นในเมียนมา
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาวะการส่งออกสินค้าและการค้า
ผ่านแดนของไทยให้ทรุดตัวลงอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 แม้จะมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศจะ
แก้ปัญหาโควิด-19 ได้รวดเร็วแค่ไหน ทำให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าและการค้าผ่านแดนในปี 2563 หดตัวที่ -12.8% จากกรอบประมาณ
การที่หดตัว -9% ถึง -12%
  • ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยการคาดการณ์ว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อาจสูงกว่า
ไข้หวัดใหญ่ถึง 10 เท่า
  • ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นว่า นักเศรษฐศาสตร์จากองค์การเอกชนของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า การ
ขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. จะทรุดตัวลง 11.08% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการหดตัวลงเป็นไตรมาส
ที่ 3 ติดต่อกัน และทรุดตัวลงมากสุดในรอบ 11 ปี จากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • เจพี มอร์แกน คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ จะร่วงลง 40% ในไตรมาสสองของปีนี้
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 25% อย่างไรก็ดี เจพี มอร์แกน มองว่าในช่วงไตรมาสสามและสี่ของปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐ
น่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น หากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เริ่มเบาบางลงในเดือน
มิถุนายน โดยคาดว่า GDP ไตรมาสสามจะดีดตัวขึ้น 23% และไตรมาสสี่โต 13%

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ