COVID-19รมว.พลังงาน เผยโควิดส่งผลความต้องการใช้พลังงานลดทุกประเภท

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday April 18, 2020 12:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่มีต่อภาคพลังงานพบว่า ในระยะสั้นส่งผลต่อความต้องการใช้พลังงานลดลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการที่จำกัดการเดินทาง การกำหนดระยะห่างทางสังคม และการระงับการโดยสารทางอากาศ ส่วนผลกระทบในระยะกลาง จะทำให้ความต้องการพลังงานลดลงตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้า

ในภาพรวมการใช้ไฟฟ้า ช่วงเดือน ม.ค.- 13 เม.ย. 2563 มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นเพียง 1.55% ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2563 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลง 0.69% เมื่อเทียบกับปี 2562 คือเหลือเพียง 196,873 ล้านหน่วย และความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือพีคไฟฟ้าจะลดลง 2.9% เหลือเพียง 29,957 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดี ความสามารถของกำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ในช่วงสถานการณ์ภัยแล้งยังสามารถดำเนินการได้โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้า

ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ความต้องการใช้ช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2563 มีแนวโน้มลดลง โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปี 2562 ซึ่งเมื่อเทียบการใช้ในเดือน เม.ย. กับ มี.ค.2563 มีปริมาณลดลงถึง 17.5% ส่วนน้ำมันดีเซลแม้ว่าช่วงไตรมาสแรกปีนี้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่เมื่อเทียบเดือนเม.ย.ที่ผ่านมากับเดือนมี.ค.ก่อนหน้า ปริมาณการใช้ดีเซลก็ลดลงถึง 12.3%

สำหรับก๊าซธรรมชาติ ไตรมาสแรกปีนี้ ความต้องการใช้อยู่ในระดับคงที่ คาดว่าตั้งแต่ เม.ย. จนถึงสิ้นปี 2563 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเมื่อเทียบกับแผนเดิมจะมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยประมาณ 557 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือลดลง 12% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในตลาดโลก ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ลดลงส่วนใหญ่คาดว่าจะมาจากความต้องการใช้ที่ลดลงของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (GSP) ภาคอุตสาหกรรม และภาคไฟฟ้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ