คมนาคม เตรียมชงครม.พิจารณาแผนการนำยางพาราทำแบริเออร์หุ้มยาง-เสาหลักนำทาง หนุนเพิ่มความต้องการใช้ยาง

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 12, 2020 18:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า จะเสนอแผนและรายละเอียดการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ทางถนน เช่น การนำ Rubber Fender Barriers (แบริเออร์คอนกรีตหุ้มยางพารา) และเสาหลักนำทางยางพารา เพื่อขออนุมัติร่างบันทึกความตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อตรงจากเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้เกษตรกรผลิตตรงให้กับกรมทางหลวง(ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยไม่ผ่านบริษัท หรือนายหน้าใดๆ

สำหรับแผนดำเนินงานใน 3 ปี (2563-2565) เป้าหมายจะใช้น้ำยางพาราประมาณ 3 แสนตัน ดำเนินการถนนขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไประยะทางประมาณ 12,000 กม. ที่เป็นเกาะสี หรือไม่มีเกาะกลางถนน โดยแบ่งเป็นถนนของกรมทางหลวง 10,400 กม. และกรมทางหลวงชนบท 1,600 กม.

โดยการนำร่องในปี 2563 ซึ่งมีงบประมาณจัดสรรแล้วสำหรับถนนผิวลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (PARA AC) จะมีการ พิจารณางบประมาณส่วนที่เหลือจากการขอเปลี่ยนแปลงการดำเนินการเป็นถนน ผิวทางแอสฟัลต์ซีเมนต์ (AC) เพื่อนำมาใช้ทำแบริเออร์คอนกรีตหุ้มยางพารา และเสาหลักนำทางยางพารา

ส่วนการพัฒนานำยางพารามาใช้ทำแบริเออร์คอนกรีตหุ้มยางพารา และเสาหลักนำทางนั้น เป็นการสร้างความต้องการในการใช้น้ำยางพาราเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ เนื่องจากการใช้ยางพาราในการก่อสร้างถนนที่ผ่านมา เปรียบเทียบงบประมาณ 100 บาท จะถึงมือเกษตรกรประมาณ 5.10 บาท หรือ 5.1% เท่านั้นขณะที่ การนำยางพารามาใช้ทำแบริเออร์คอนกรีตหุ้มยางพารา และเสาหลักนำ เม็ดเงินจะถึงมือเกษตรกรถึง 70 บาทหรือ 70%ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีส่งผลในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่เพิ่มขึ้น อีกด้วย


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ