นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การที่วานนี้ (3 ก.ค.) หุ้นไทยพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 813 จุด จะส่งผลช่วยให้การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของไทยดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องคอยระวังปัจจัยอื่นที่อาจจะเข้ามาทำให้สถานการณ์ผันผวนได้ พร้อมกับเชื่อว่าเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยวานนี้ จะไม่ใช่เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเงินที่เข้ามาเป็นเงินจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คงต้องติดตามตรวจสอบเพราะถือเป็นหน้าที่โดยตรง นายโฆสิต กล่าวว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่ดี และการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาตินั้นเชื่อว่าเป็นเพราะเห็นถึงโอกาสว่าเศรษฐกิจของไทยจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต่างชาติจะพิจารณาการเข้ามาลงทุนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมากกว่าปัจจัยด้านการเมือง และยังเชื่อมั่นว่าไตรมาส 3 ของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มดีขึ้น สำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 51 นี้ นายโฆสิต กล่าวว่า รัฐบาลจะจัดสรรให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด อีกทั้งในช่วงปลายนี้จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณไว้สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทัพที่ถูกมองว่ามีสัดส่วนที่สูงเกินไปนั้น เชื่อว่าการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นไปตามกรอบงบประมาณที่รัฐบาลได้พิจารณาไว้แล้ว