สนพ.คาดราคาน้ำมันดิบแนวโน้มทรงตัวแม้ดีมานด์ฟื้น ยังกังวลโควิด จับตาสถานการณ์จีน-สหรัฐฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday August 1, 2020 10:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สนพ.คาดราคาน้ำมันดิบแนวโน้มทรงตัวแม้ดีมานด์ฟื้น ยังกังวลโควิด จับตาสถานการณ์จีน-สหรัฐฯ
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์ราคาน้ำมันราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัว โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในหลายประเทศที่กำลังฟื้นตัว การที่สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก จากผลกระทบของไวรัสโควิด–19 ตลอดจนสัญญาณที่ดีจากผลการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในเบื้องต้นได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลบวกให้กับตลาดน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงกังวลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ อินเดีย ภูมิภาคอเมริกาใต้ ที่ยังคงสูงขึ้น ทำให้อุปสงค์น้ำมันโลกยังคงถูกจำกัด นอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตาความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังรัฐบาลจีนสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ตอบโต้ที่สหรัฐฯ สั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สนพ.คาดราคาน้ำมันดิบแนวโน้มทรงตัวแม้ดีมานด์ฟื้น ยังกังวลโควิด จับตาสถานการณ์จีน-สหรัฐฯ

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ช่วงวันที่ 20 – 26 กรกฎาคม 2563 ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 43.63 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 41.76 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.34 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 1.17 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยตลาดน้ำมันเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากความคืบหน้าเกี่ยวกับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 นำโดยบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่สามารถพัฒนาวัคซีนซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของอาสาสมัครจำนวนกว่า 1,077 คน ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนวงเงินกว่า 7.5 แสนล้านยูโรเพื่อพื้นฟูเศรษฐกิจของชาติสมาชิกหลังเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะฟื้นตัว

ด้านสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) เผยเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลดกว่า 6.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 531 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ (ณ 17 ก.ค. 63) ลดลง 1.8 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 246.7 ล้านบาร์เรล รายงานโรงกลั่นฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ ลดอัตราการกลั่น (17 ก.ค. 63) ลดลง 0.6% อยู่ที่ 77.9% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 50.69 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ อุปทานในภูมิภาคยังคงตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปีและปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของไต้หวัน การปรับลดกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม ตลาดยังถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลงเนื่องจากปัญหาอุทกภัยทางตอนใต้ของจีน รวมทั้ง ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในภูมิภาคตะวันออกกลางปรับลดลง

สำหรับค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.16 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่เฉลี่ย 31.8621 บาท/เหรียญสหรัฐฯ (ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.08 บาท/ลิตร ต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 0.19 บาท/ลิตร) ทำให้ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.45 บาท/ลิตร (รวมค่าขนส่งน้ำมันทางท่อจากศรีราชา - กรุงเทพฯ 0.15 บาท/ลิตร) และค่าการกลั่น เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.47 บาท/ลิตร

ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 26 ก.ค. 63 กองทุนฯ มีสินทรัพย์รวม 56,754 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 23,738 ล้านบาท ฐานะกองทุนฯ สุทธิ 33,016 ล้านบาท (บัญชีน้ำมัน 39,904 ล้านบาท บัญชี LPG -6,888 ล้านบาท)


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ