ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 31.04 ตลาดเบาบาง รอความชัดเจนนโยบายการคลังสหรัฐฯ คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.95-31.10

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday August 13, 2020 18:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 31.04 ตลาดเบาบาง รอความชัดเจนนโยบายการคลังสหรัฐฯ คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.95-31.10

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.04 บาท/ดอลลาร์ จากตอน เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.05 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 31.03-31.07 บาท/ดอลลาร์

"วันนี้เงินบาทแกว่างในกรอบแคบ ปริมาณธุรกรรมเบาบาง อาจจะเป็นเพราะติดช่วงวันหยุด ขณะที่ตลาดยังจับตานโย บายการคลังของสหรัฐฯที่ยังไม่มีความชัดเจน และคืนนี้มีตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ" นักบริหาร เงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะอยู่ระหว่าง 30.95-31.10 บาท/ดอลลาร์

ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 31.04 ตลาดเบาบาง รอความชัดเจนนโยบายการคลังสหรัฐฯ คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.95-31.10
  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.86 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 106.67 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1833 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.0807 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,346.69 จุด เพิ่มขึ้น 9.85 จุด, +0.74% มูลค่าการซื้อขาย 77,812.76 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 505.22 ลบ.(SET+MAI)
  • ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence
Index) ประจำเดือน ส.ค.63 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าลดลง 16% อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเหมือนเดือน
ก่อน นักลงทุนคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว
และนโยบายภาครัฐ รวมถึงความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19
  • ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ FETCO เตรียมประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อ
เสนอขับเคลื่อนตลาดทุนไทยต่อ รมว.คลัง โดยเบื้องต้นประเด็นที่จะนำเสนอการส่งเสริมและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อ
กระตุ้นให้เกิดการออมในะระยาวมากขึ้น เนื่องจากในช่วงวิกฤติโควิด-19 เห็นได้ว่าประชาชนมีการออมเงินน้อยมาก หากใช้
มาตรการด้านภาษีก็น่าจะช่วยให้เกิดการออมเพิ่มขึ้นได้

พร้อมกันนั้น FETCO จะเสนอให้มีการต่ออายุกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ไปอีก 10 ปี หลังจากสิทธิ ประโยชน์ที่ให้เป็นพิเศษหมดอายุไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63 และจะเสนอให้ลดระยะเวลาการถือครอง จาก 10 ปี เหลือ 7 ปี เนื่อง ด้วยที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนค่อนข้างน้อยมาก เชื่อว่าระดับ 7 ปีน่าจะมีความเหมาะสม และน่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาเพิ่ม มากขึ้น และเสนอการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินปันผลหากถือครองหุ้นในระยะยาว เหมือนกับประเทศจีน หากมีการถือครองหุ้น ในระยะ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินปันผลหรือไม่เสียภาษีเงินปันผล

  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานจากหลาย
ภาคส่วน ตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้ว่าราชการ
จังหวัด ในการพิจารณาโครงการที่เหมาะสม ตรงความต้องการประชาชนในแต่ละพื้นที่
  • สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดเผยว่า สหรัฐจะยังคงเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU)
ตามที่เคยประกาศไว้ ท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับคดีการอุดหนุนอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน โดยมูลค่าสินค้าที่จะถูกเก็บภาษียังคง
อยู่ที่ระดับ 7.5 พันล้านดอลลาร์ และอัตราการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องบินยังอยู่ที่ 15% และภาษีนำเข้าสินค้าอื่นๆ อยู่ที่ 25%
อย่างไรก็ดี สหรัฐจะถอดสินค้าบางรายการของกรีซและสหราชอาณาจักรออกจากรายการสินค้าเก็บภาษี และจะเพิ่มสินค้าจาก
ฝรั่งเศสและเยอรมนีเข้าสู่รายการสินค้าเก็บภาษีในจำนวนเดียวกัน
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าอัดฉีดเงินสดเข้าสู่ระบบธนาคารในวันนี้ ผ่านการทำข้อตกลง reverse repo
โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาพคล่อง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ