ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.46 ระหว่างวันอ่อนค่ารอบ 1 เดือนหลังกนง.มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 23, 2020 17:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.46 ระหว่างวันอ่อนค่ารอบ 1 เดือนหลังกนง.มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 31.46 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากเปิด ตลาดที่ระดับ 31.40 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.52 บาท/ดอลลาร์ โดยอ่อนค่าไปทำไฮ สูงสุดในรอบ 1 เดือน

"บาทและริงกิตเคลื่อนไหวตามทิศทางยูโรในตลาดโลก แต่อ่อนค่ากว่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดวันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.55 บาท/ดอลลาร์

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เงินบาททรงตัวแถวระดับ 31.50 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับ อ่อนค่าสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือนภายหลังการลงมติ นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทอ่อนค่าลงราว 5% ซึ่งเป็นผลจากภาวะเงินทุนไหลออก และยอด เกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลง โดยทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน อย่างใกล้ชิด และประเมินความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเนื่องจากมองว่า การที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วอาจส่งผล กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

สำหรับการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยครั้งล่าสุดของกนง. แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวยาวนาน และคาดว่าจะ ยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ 104.97 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.17 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1712 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1686 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,264.01 จุด ลดลง 3.62 จุด, -0.29% มูลค่าการซื้อขาย 50,707.09 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 854.30 ล้านบาท (SET+MAI)
  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดย
ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 63 มีแนวโน้มหดตัวน้อยลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อย ส่วนในปี 2564 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว
ชะลอลงกว่าประมาณการเดิม ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าเป็นสำคัญ

คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวน้อยลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อย แต่ในปี 2564 มี แนวโน้มขยายตัวชะลอลงกว่าประมาณการเดิมตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าเป็นสำคัญ โดยยังต้องระวังความเสี่ยง จากโอกาสเกิดการระบาดของไวรัสโควิดระลอกสอง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2563 มีแนวโน้มติดลบน้อยกว่าที่ประเมินไว้ และมี แนวโน้มทะยอยเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2564 เสถียรภาพระบบการเงินเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ

  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าการส่งออกในเดือนส.ค.เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่าง
ค่อยเป็นค่อยไปจากจุดต่ำสุดในเดือนมิ.ย.63 และเริ่มชะลอตัวในอัตราที่ลดลง โดยมูลค่าการส่งออกกลับมาแตะระดับ 2 หมื่นล้านเหรียญ
สหรัฐ ในรอบ 5 เดือน และเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์โดยรวมของเดือน
ส.ค.ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก.ค. เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีชึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หลังจากที่รัฐบาลได้ดำเนิน
การผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-
19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการโดยทั่วไป ส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์
  • ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงกรณีมีข่าวสถาบันการเงินของไทย
4 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัย โดยใช้ข้อมูลจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่รั่วไหลจากหน่วย
งานเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐอเมริกา (US Financial Crimes Enforcement Network หรือ
FinCEN) นั้นว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกามีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ
FinCEN เป็นปกติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้ว และไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมที่ถูกรายงานจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอ
ไป แต่เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เป็นข่าวอยู่นั้น ไม่ได้มาจาก FinCEN หรือหน่วยงานทางการใดๆ เรื่องนี้จึงขอให้รอการตรวจสอบของหน่วย
งานที่เกี่ยวข้องก่อน
  • เว็บไซต์ของสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) ระบุว่า สิงคโปร์และฮ่องกงเป็น 2 จุดหมายปลายทางที่มี
การทำธุรกรรมโอนเงินที่น่าสงสัยมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยว่า BOJ จะพิจารณาต่ออายุมาตรการสนับสนุนฉุกเฉินสำหรับบริษัทที่ประสบปัญหาทาง
การเงินเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ออกไปจากกำหนดเดิมในเดือนมี.ค.2564
  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 359 ต่อ 57 เสียง ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายชั่วคราวเมื่อคืนนี้ตาม
เวลาสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ (ชัตดาวน์) ก่อนที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีจะหมดอายุลงในวันที่ 30 ก.ย.
นี้
  • นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนสิ้นปีนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนส่วนหนึ่ง
จากความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ