ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.17/21 ระหว่างวันแกว่งแคบ ตลาดจับตาการเลือกตั้งสหรัฐฯ-Brexit

ข่าวเศรษฐกิจ Monday October 19, 2020 17:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.17/21 ระหว่างวันแกว่งแคบ ตลาดจับตาการเลือกตั้งสหรัฐฯ-Brexit

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.17/21 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.19 บาท/ดอลลาร์

ตลอดทั้งวันเงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศกรณีการชุมนุมยังไม่ได้ส่งผลให้เงินบาทปรับ ตัวอ่อนค่า ทั้งนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากที่มีการเข้าไปลงทุนทางฝั่งตลาดหุ้นหรัฐฯ มากขึ้น

"ปัจจัยการเมืองในประเทศ ไม่ได้ทำให้บาทอ่อนค่า เพราะตอนนี้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ" นัก
ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.17/21 ระหว่างวันแกว่งแคบ ตลาดจับตาการเลือกตั้งสหรัฐฯ-Brexit
บริหารเงินระบุ

สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนยังให้ความสนใจ คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในต้นเดือนพ.ย.63 , วงเงินกระตุ้น เศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน ตลอดจนกรณี Brexit

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.30 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 105.14/55 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.38 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1650/1850 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1723 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,208.75 จุด ลดลง 24.93 จุด (-2.02%) มูลค่าการซื้อขาย 54,008 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 366.06 ลบ.(SET+MAI)
  • ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า ที่ประชุมทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี ได้หารือร่วม
กันแล้ว ซึ่งที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้คณะรัฐมนตรีขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกสำหรับบ้านเมืองจาก
สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้
  • นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองว่า แนวคิดดังกล่าวสอด
คล้องกับรัฐบาลที่สนับสนุนให้เปิดประชุมดังกล่าว เพื่อนำข้อเท็จจริงมาหารือและพูดคุยกันตามกลไกของสภา และลดความขัดแย้งลงให้มากที่
สุด โดยยืนยันไม่ได้ทำตามแรงกดดันของใคร และพรุ่งนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมยืนยันว่าจะยังไม่มีการขยาย
พื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพิ่มเติมจากกรุงเทพฯ รวมถึงจะไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิว
  • สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพรุ่งนี้ เพื่อขอให้เพิกถอนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มี
ความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมองว่าการประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะการชุมนุมของ
กลุ่มราษฎร ยังอยู่ในกรอบกฎหมายเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและไม่มีเหตุการณ์รุนแรง อีกทั้งมีการกำหนดระยะเวลายุติการชุมนุมที่
ชัดเจน จึงถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ในการแสดงออกซึ่งสิทธิและเสรีภาพความคิดเห็น
  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.63 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนส.ค.63 โดย
ค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากรัฐบาลผ่อน
คลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการช่วย
เหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น
  • สำนักข่าว CNN เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของชาวสหรัฐทั่วประเทศเกี่ยวกับคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิง
ตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน คู่ชิงตำแหน่งจากพรรคเดโมแครต โดยผลสำรวจระบุว่า คะแนนนิยมของนาย
ไจ ไบเดน อยู่ที่ 53% สูงกว่าคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ที่ 42%
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวราว 2% ในปีนี้ หลังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโค
วิด-19 ได้แล้ว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าอุปสงค์ในประเทศจะขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายเงินเฟ้อ หรือ
สัญญาณชี้นำล่วงหน้า (forward guidance) แม้ธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ กำลังพิจารณากรอบการดำเนินงานของตนเอง พร้อม
แสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจญี่ปุ่นว่าไม่น่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำไปกว่านี้แล้ว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ