ภาวะตลาดเงินบาท: เงินบาทปิด 31.26/30 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค เหตุกังวลการเมืองในประเทศ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday October 20, 2020 17:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: เงินบาทปิด 31.26/30 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค เหตุกังวลการเมืองในประเทศ

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.26/30 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่า จากเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.22 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินภูมิภาค ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า โดยตลาดยังรอปัจจัยใหม่

"บาทอ่อนค่าสวนทางกับค่าเงินภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงบ่าย เนื่องจากความกังวลต่อปัจจัยการเมืองในประเทศ" นัก
บริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.15-31.35 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยที่ตลาดรอดูคือ การดีเบตครั้งสุดท้ายของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในคืนวันพฤหัสที่อาจมีการเปิดเผยถึง นโยบายทางเศรษฐกิจ

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ 105.34/76 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.55 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1700/1.2060 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1773 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,210.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.92 จุด, +0.16% มูลค่าการซื้อขาย 59,284.65 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 550 ล้านบาท (SET+MAI)
  • นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน รายงานการประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยต่อ
ครม.ที่ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ให้ดีขึ้นเป็น -
7.1% จากเดิมที่คาด -7.7% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็น
ผลจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งการช่วยเหลือด้านสภาพ
คล่องให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย
  • นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ 5 โจทย์ใหญ่ของ ธปท.สำหรับช่วง
เวลาต่อจากนี้ ได้แก่ 1) แก้วิกฤตหนี้อย่างยั่งยืนให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตโควิด 19 และฟื้นตัวได้ 2) รักษา
เสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อให้ทำหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 3) รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคให้โครงสร้าง
เศรษฐกิจการเงินไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงภายใต้สถานการณ์โควิด 19 และระยะต่อไปได้ดี 4) สร้างความเชื่อมั่นของ
สาธารณชน ให้ ธปท. เป็นหนึ่งในองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นที่สุด และ 5) พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ให้ ธปท.เป็นองค์กรที่
มุ่งผลสัมฤทธิ์ และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย
  • นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงาน ครม.ถึงผลประชุมร่วมกับนายชวน หลีกภัย
ประธานสภาฯ ตัวแทนฝ่ายค้าน ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนจากพรรคการเมือง เรื่องการพิจารณาฯ ประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อ
ให้ทุกฝ่ายมีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดเห็นและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และลดปัญหาข้อขัดแย้ง รวมถึง
ประเด็นที่ ครม.ควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปในที่
ประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา 165 ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบกำหนดเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ โดยเลื่อน
การประชุม ครม.ครั้งต่อไปไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.63 แทน
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ไว้ที่ระดับ 3.85% ใน
วันนี้ และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ไว้ที่ระดับ 4.65% โดยธนาคารกลางจีนได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทติดต่อ
กันเป็นเดือนที่ 6 และสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
  • ธนาคารกลางจีน อัดฉีดเงินสด 7 หมื่นล้านหยวน (1.46 หมื่นล้านดอลลาร์) เข้าสู่ระบบธนาคารผ่านทางข้อตกลง
reverse repos ประเภทอายุ 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.2% โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอ
  • ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยรายงานการประชุมซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ว่า กรรมการ RBA ได้
หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุการไถ่ถอนนานขึ้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ