พาณิชย์ เผยยอดธุรกิจตั้งใหม่เม.ย.เพิ่ม 49% ทุนจดทะเบียนกว่า 2 หมื่นลบ.

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday May 27, 2021 10:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พาณิชย์ เผยยอดธุรกิจตั้งใหม่เม.ย.เพิ่ม 49% ทุนจดทะเบียนกว่า 2 หมื่นลบ.

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนเม.ย.64 ว่า มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ 5,972 ราย เพิ่มขึ้น 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดจดทะเบียน 3,996 ราย แต่ลดลง 32% จากเดือนมี.ค.64 ที่มียอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ 8,841 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 20,697.64 ล้านบาท

สำหรับประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 466 ราย คิดเป็น 8% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 283 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 185 ราย คิดเป็น 3%

ส่วนธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการในเดือนเม.ย.64 มี 612 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,162.68 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 54 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 42 ราย คิดเป็น 7% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 25 ราย คิดเป็น 4%

ส่งผลให้ยังมีธุรกิจเปิดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 เม.ย. 64 รวมทั้งสิ้น 795,160 ราย มูลค่าทุน 19.47 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 194,760 ราย คิดเป็น 24.49% บริษัทจำกัด 599,109 ราย คิดเป็น 75.35% และบริษัทมหาชนจำกัด 1,291 ราย คิดเป็น 0.16%

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวในไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในเดือนเม.ย.64 ว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 34 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 15 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจจำนวน 19 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,722 ล้านบาท

โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ 6 ราย เงินลงทุน 78 ล้านบาท รองลงมา ฮ่องกง 5 ราย เงินลงทุน 3,126 ล้านบาท และญี่ปุ่น 4 ราย เงินลงทุน 598 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) มีคนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทย 180 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 31,215 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ