บริษัทเอกชนในออสเตรเลียมีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งแกร่งขึ้นและภาวะแห้งแล้งภายในประเทศ
โดยบริษัทส่วนใหญ่ในออสเตรเลียได้แสดงความวิตกกังวลที่สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งแกร่งขึ้น และภาวะแห้งแล้งภายในประเทศทำให้บริษัทหลายแห่งต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ นอกจากนี้ บริษัทเอกชนในออสเตรเลียยังวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในตลาดสินเชื่อ ภาวะผันผวนในตลาดการเงิน และเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าบริษัทบางแห่งได้รับประโยชน์จากสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งแกร่งขึ้น และเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน
นายเคร้ก เจมส์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์คอมเสคกล่าวว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียขยายตัวขึ้นในอัตรา 4.5-5% ต่อปี ดังนั้นบริษัทเอกชนจึงยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
"บริษัทเอกชนจับตาดูแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศและดูว่าตนเองได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืนหรือไม่จากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ที่ผ่านมานั้น กิจการของบริษัทค้าปลีกซบเซาลง ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีผลประกอบการที่ดี แม้ได้รับแรงกดดันจากวิกฤตการณ์ในตลาดซับไพรม์ของสหรัฐก็ตาม" เขากล่าว
นักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ของออสเตรเลียซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ จะขยายตัวขึ้นในอัตรา 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ระดับ 4.3%
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/สุนิตา โทร.0-2253-5050 ต่อ 315 อีเมล์:
[email protected]