กอบศักดิ์ คาดแรงกดดันเงินเฟ้อ H2/65 ลดลงหลังราคาน้ำมันโลกกลับมาอยู่ระดับก่อนสงคราม

ข่าวเศรษฐกิจ Friday July 15, 2022 10:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ภาวะความไม่สมดุลระหว่าง Supply และ Demand ในตลาดน้ำมันโลกเริ่มดีขึ้น หลังราคาน้ำมันโลกได้พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไปอยู่ที่ 130-140 ดอลลาร์/บาร์เรล จนทำให้หลายๆ คนกังวลใจว่าจะเกิดปัญหา Stagflation

"มาถึงวันนี้ ราคาน้ำมันโลกได้ลดลง กลับมาที่จุดเริ่มต้นก่อนเกิดสงครามอีกครั้ง...สะท้อนว่า ราคาน้ำมันโลกขึ้นได้ ก็ลงได้เช่นกัน"

หมายความต่อไปว่า สิ่งที่ทุกคนกังวลใจ "ราคาน้ำมันโลกจะเป็นปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อโลกพุ่งไปเรื่อยๆ" ตอนนี้ได้คลี่คลายไปบ้างแล้ว

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่น้ำมันของรัสเซีย ซึ่งถูก Sanctions จากสหรัฐและพันธมิตรได้ถูกส่งไปประเทศอื่นๆ แทนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ทำให้ปริมาณน้ำมันส่งออกในโลกกลับเป็นปกติมากขึ้น และจากความกังวลใจว่าจะเกิด Global Recession ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดความต้องการใช้น้ำมันลง

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะราคาน้ำมันโลกเป็นต้นตอหลักของเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา

"มาลุ้นกันว่า ราคาน้ำมันโลกในครึ่งหลังของปี จะปรับขึ้นไปสูงเหมือนช่วงแรกของสงครามอีกรอบได้หรือไม่ หากราคาน้ำมันโลกไม่ขึ้นสูงไปเช่นเดิม ยังวิ่งอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แรงกดดันต่อเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ในครึ่งหลังของปีก็จะค่อยๆ ลดลง สงครามของเฟดกับเงินเฟ้อก็จะบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น"

นายกอบศักดิ์ ระบุว่า ในเรื่องนี้หากไม่มีอะไรพลิกผันจนเกินไป คงต้องบอกว่าสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกในช่วงครึ่งหลังของปี จะต่างจากช่วงครึ่งแรกเพราะ

(1) รัสเซียเริ่มมีช่องทางในการขายน้ำมัน เมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ ที่น้ำมันจากรัสเซียหายไปจากตลาด ต้องไปหาจากแหล่งอื่นๆ แทน ทำให้เกิด Energy Price Shock การที่รัสเซียส่งออกน้ำมันได้ คือจุดเปลี่ยนที่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยบรรเทาสถานการณ์พลังงานโลก

(2) การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้โอกาสการเกิด Global Recession เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เรื่องนี้จะทำให้นักลงทุนไม่กล้าเก็งกำไรในราคาน้ำมันโลกมากเหมือนช่วงแรกๆ

เรื่องนี้ก็เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพลังงานโลก เพราะเมื่อนักลงทุนไม่กล้าเก็งกำไรกันเต็มที่ ราคาน้ำมันต่อให้ขึ้น ก็คงขึ้นได้ไม่เท่าช่วงแรกๆ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ