KBANK มองกรอบบาทสัปดาห์หน้า 37.80-38.80 จับตาตัวเลขศก.-Flow-ประชุม ECB/BOJ

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday October 22, 2022 08:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (24-28 ต.ค.65) ไว้ที่ระดับ 37.80-38.80 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกไทยเดือน ก.ย. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Flow) สถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาค ผลการประชุม ECB และ BOJ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล รวมถึง PCE/Core PCE Price Indices เดือน ก.ย. จีดีพีไตรมาส 3/65 (advanced report) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เดือน ต.ค. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/65 และตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนเดือน ก.ย.ที่ถูกเลื่อนการประกาศจากกำหนดการเดิมด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าลงตามทิศทางภาพรวมของสกุลเงินเอเชีย นำโดย เงินเยน และเงินหยวน โดยในระหว่างสัปดาห์ เงินบาทร่วงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 16 ปีที่ 38.46 บาท/ดอลลาร์ เงินเยนทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 32 ปีเหนือแนว 150 เยนต่อดอลลาร์ฯ ส่วนเงินหยวนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 14 ปี แม้มีแรงหนุนช่วงสั้นจากการที่ตลาดมีความหวังว่าทางการจีนอาจพิจารณาลดจำนวนวันกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าจีนก็ตาม นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสัญญาณขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี) ขณะที่ตลาดทยอยเพิ่มน้ำหนักให้กับโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 75 bps. เป็นครั้งที่ 5 ในการประชุม FOMC เดือน ธ.ค.ต่อเนื่องจากที่น่าจะปรับขึ้น 75 bps. ในการประชุมเดือน พ.ย.นี้

ในวันศุกร์ที่ 21 ต.ค.65 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 38.36 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ 38.08 บาท/ดอลลาร์ในวันพุธก่อนหน้า (12 ต.ค.65) ขณะที่ระหว่างวันที่ 17-21 ต.ค.65 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,006 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflow ออกจากตลาดพันธบัตร 16,315 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 16,170 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 145 ล้านบาท)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ