ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 36.76 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่าหลังตัวเลขจ้างงานฯสหรัฐแย่กว่าคาด

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 7, 2024 09:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 36.76 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่า จากปิดตลาดเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 36.80 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าตามบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวลด ลง หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้มีแรงเทขายดอลลาร์ทำกำไรออกมา

ขณะที่มีปัจจัยในประเทศต้องรอดูกระแสเงินทุนต่างประเทศจากผู้ค้าทอง หลังสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ส่งผลกระทบ ยกเว้นปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้จนทำให้นักลงทุน ขาดความเชื่อมั่น

"บาทแข็งค่าเล็กน้อยจากเย็นวันศุกร์หลังตัวเลข Non-farm ออกมาไม่ดี ทำให้มีแรงเทขายดอลลาร์ทำกำไรและช่วยกลบข่าว เรื่องแบงก์ชาติไปได้" นักบริหารเงินฯ กล่าว

นักบริหารเงินฯ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 36.60-36.90 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 36.765 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ 154.14 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 153.05/08 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.0769 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.0743/0745 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 36.812 บาท/ดอลลาร์
  • "เศรษฐา" ยันไม่เคยคิดปลดผู้ว่าฯธปท.ยังไงท่านก็ยังอยู่ตรงนี้ รับเห็นต่าง เรื่องลดดอกเบี้ย มองเป็นเรื่องธรรมดา โน
คอมเมนต์ #saveผู้ว่าแบงก์ชาติ ย้ำชัดไม่เคยมีแนวคิดแก้พ.ร.บ.ธนาคาร แห่งประเทศไทย
  • "คลัง" แจงครึ่งปีหลังเตรียมเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระหว่างรอดิจิทัลวอลเล็ต หวังดันเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง รับ
จัดเก็บรายได้วืดเป้า เหตุลดภาษีดีเซลดูแลประชาชน-ภาษีรถยนต์แผ่ว หลังแบงก์ปฏิเสธปล่อยกู้พรึ่บ
  • ส.อ.ท. มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังทยอยฟื้นตัวหลัง "ปรับ ครม." ส่งสัญญาณเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้มาตรการการคลัง
เป็นหลัก แนะเร่งเบิกจ่ายงบเร่งด่วน พร้อมเร่งขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเพิ่มเติม เร่งหาตลาดใหม่ๆ เพื่อการส่งออก ช่วย
เหลือ SMEs ด่วนเหตุโดนสินค้านำเข้าดัมป์ราคาหนักและให้หามาตรการให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
  • นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ไทยส่งออกข้าวได้ 716,619 ตัน มูลค่า 17,329 ล้าน
บาท โดยปริมาณเพิ่มขึ้น 8.8% มูลค่าเพิ่มขึ้น 36.9% จากเดือน มี.ค.2566 ส่งออกได้ 658,573 ตัน มูลค่า 12,658 ล้านบาท
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (3 พ.ค.) ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 175,000
ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 238,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทั้งสิ้น 0.46% ภายในสิ้นปี 2567 โดยคาดว่าการปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย.หรือเดือนพ.ย.

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงสู่ระดับ 4.491% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากการ
ลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน
ในรูปดอกเบี้ย
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (6
พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อช่วงท้ายตลาด
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (6 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด
  • ข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทั้งสิ้น 0.46% ภายในสิ้น
ปี 2567 โดยคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย.หรือเดือนพ.ย.
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ สัญญาณการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนของทางการญี่ปุ่น

ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคาร

กลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ การเคลื่อนไหวของค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ