ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 7.5% ในปีนี้และปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ระดับ 7.2% ในปีหน้า หลังจากที่เศรษฐกิจเอเชียขยายตัวขึ้นเร็วที่สุดในระดับ 9% ในรอบเกือบ 20 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่เศรษฐกิจในเอเชียจะยังเผชิญภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงที่ 7.8% รายงานความคืบหน้าด้านแนวโน้มเศรษฐกิจในเอเชียปีนี้ระบุว่า ราคาน้ำมันและอาหารในตลาดโลกจะยังคงไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจในประเทศอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลงยาวนาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเอเชีย "แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะสั้นๆ แต่ราคาน้ำมันจะยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงและยังเผชิญความผันผวนในระยะยาว ขณะที่ราคาอาหารก็ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน" อีฟซาล อาลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการพัฒนาในกรุงมะนิลากล่าว นอกจากนี้ เอดีบียังกล่าวเตือนด้วยว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภูมิภาคกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยจนอาจถึงขั้นที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยระบุว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียต่างเผชิญปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นกันถ้วนหน้าจากปัจจัยหลายด้านที่มีอิทธิพลต่อต้นทุนสินค้าต่างๆ อาทิ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก