รัฐวางมาตรการคุมเข้มป้องกันปัญหาทุจริตโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง

ข่าวเศรษฐกิจ Monday March 16, 2009 17:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะกรรมการมันสำปะหลังแห่งชาติวางมาตรการคุมเข้มเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง โดยกำหนดกรอบเวลาให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ล่วงหน้าก่อนเปิดโครงการรับจำนำ

"ให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิตเร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้ชัดเจนไว้ก่อนล่วงหน้าก่อนเปิดโครงการรับจำนำ หากเปิดโครงการไปแล้วจะถือว่าเสียสิทธิ์ ไม่สามารถเข้าโครงการของรัฐบาลได้ เพื่อไม่ให้รั่วไหลและได้เกษตรกรที่แท้จริง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกลับไปดูรายละเอียดอีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน" นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการมันสำปะหลังแห่งชาติ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีมติให้คณะอนุกรรมการด้านราคาเร่งหารือกับเกษตรกรเพื่อประมาณการราคาแทรกแซงของรัฐบาลว่าควรอยู่ที่ระดับราคาเท่าใด และปริมาณที่จะรับจำนำเป็นจำนวนเท่าใด โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อให้ทันฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือน พ.ค.นี้

ส่วนการระบายสต๊อกสินค้าแป้งมันและมันเส้นนั้นได้กำหนดให้คณะอนุกรรมการกลับไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะในปลายเดือน มี.ค.นี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะระบายสินค้าไปยังประเทศจีน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเป็นราคาขาดทุนก็ตาม คาดว่าภายในอีก 2 สัปดาห์จะเห็นตัวเลขที่ชัดเจน

"แนวทางการระบายสินค้าเกษตรทุกประเภทนั้นจะเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐ หรือรัฐขายให้เอกชนก็ตาม รวมทั้งแม้จะได้ราคาที่ต่ำกว่าราคารับจำนำจนทำให้รัฐบาลต้องขาดทุนก็ตาม แต่เป็นโครงการที่ดำเนินการมานานแล้ว แต่จะพยายามทำอย่างดีที่สุด รวมทั้งได้หารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อให้กำหนดการพัฒนาพลังงานทดแทนให้ชัดเจนว่าจะสามารถรับซื้อมันสำปะหลังได้มากน้อยเพียงใดเพื่อนำไปผลิตเป็นแก๊สโซฮอลล์" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการรับจำนำมันสำปะหลังที่ จ.นครราชสีมา พบว่ามีการนำหัวมันสดที่รับจำนำในราคา ก.ก.ละ 2 บาท สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนเกษตรกรที่อยู่นอกโครงการราคา ก.ก.ละ 1.20 บาท มาวางกองรวมกันไว้ที่ลานมัน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้อง โดยยอมรับว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการกันมาเป็นเวลานานแล้ว ก็ต้องหาแนวทางพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับการใช้เงินของรัฐบาลด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ