ซีอีโอ GM เตรียมสละเก้าอี้ หลังรัฐบาลยื่นคำขาดให้ลาออกเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ

ข่าวต่างประเทศ Monday March 30, 2009 07:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะทำงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า นายริค วาโกเนอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) จะลาออกจากตำแหน่งตามคำเรียกร้องของทำเนียบขาว และเป็นหนึ่งในข้อตกลงการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ข่าวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีโอบามาเตรียมเปิดเผยแผนปรับโครงสร้างเพิ่มเติมเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศในวันนี้ ซึ่งครอบคลุมถึงแผนปรับโครงสร้างจีเอ็มและไครสเลอร์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับเงินกู้เพิ่มเติมจากรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทรถยนต์ทั้งสองขอกู้เงินจากรัฐบาลไปแล้ว 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์ และขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์

วาโกเนอร์ วัย 56 ปี ร่วมงานกับจีเอ็มตั้งแต่ปีพ.ศ.2520 โดยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีเอ็มมาแล้วหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ บราซิล และยุโรป จากนั้นในวันที่ 1 พ.ค.ปีพ.ศ.2546 วาโกเนอร์ก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานและซีอีโอของจีเอ็ม

โอบามากล่าวให้สัมภาษณ์ทางรายการ "Face the Nation" ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า "จีเอ็มและไครส์เลอร์ และบริษัทรถยนต์ทุกแห่งในสหรัฐต้องกล้าหาญที่จะใช้มาตรการเชิงรุก รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้บริษัทสามารถอยู่รอดได้ และบริษัทรถยนต์จะต้องเคลื่อนไหวมากกว่านี้จึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอต่อการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ปัจจุบัน พวกเขายังพยายามไม่มากพอ"

ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดวอลล์สตรีทตื่นตระหนกกับข่าวที่ว่าผู้ตรวจสอบบัญชีของจีเอ็มแสดงความสงสัยและไม่มั่นใจอย่างมากว่า จีเอ็มจะสามารถยับยั้งตัวเลขขาดทุนและจะสามารถกระตุ้นกระแสเงินสดได้เพียงพอที่จะประคับประคองกิจการให้อยู่รอดต่อไปได้หรือไม่ โดยในรายงายของผู้ตรวจสอบบัญชีระบุคำว่า "substantial doubt" หลังจากตรวจสอบฐานะทางการเงินของจีเอ็ม

ข่าวดังกล่าวได้จุดปะทุให้เกิดความวิตกกังวลไปทั่วโลกว่า ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างจีเอ็ม อาจล้มละลาย ขณะที่จีเอ็มยอมรับในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ว่า กิจการของบริษัทหมิ่นเหม่ที่จะล้มละลาย และอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการล้มละลายได้ นอกเสียจากว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินมากขึ้น หรือบริษัทประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างองค์กร สำนักข่าวเอพีรายงาน



เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ