รัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่นเห็นพ้องภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงสิ้นสุดลงแล้ว

ข่าวต่างประเทศ Thursday June 18, 2009 12:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เห็นพ้องต้องกันว่า ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอยของญี่ปุ่นได้สิ้นสุดไปแล้ว แม้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจจะอยู่ในสภาพที่ยากลำบากอยู่ก็ตาม

โดยดีมานด์ที่กำลังฟื้นตัวขึ้นเป็นหลักฐานยืนยันว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟื้นตัวแล้ว ทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ที่ขยายตัวในระดับที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 56 ปี และการส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้นแล้ว

นายมาซาอากิ ชิรากาว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น กล่าวว่า ธนาคารกลางจำเป็นต้องระมัดระวังต่อไปแม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว เพราะดีมานด์ที่ปรับตัวขึ้นมาอีกครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

บลูมเบิร์กรายงานว่า จุนโกะ นิชิโอกะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบล.อาร์บีเอส กล่าวว่า ผู้บริหารกำลังยกระดับการประเมินเศรษฐกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่ยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ การส่งออกกำลังเริ่มจะฟื้นตัว แต่ก็ไม่ได้ช่วยรับประกันว่า การผลิตจะดีดตัวขึ้นและการจ้างงานจะได้รับปัจจัยหนุน

นายคาโอรุ โยซาโน่ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดแล้วในช่วงไตรมาสแรก และมีสัญญาณต่างๆออกมาว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลที่ลดลงในสินค้าบางรายการนั้นได้ยุติลงแล้ว

ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่ในสัปดาห์นี้ หุ้นร่วงลง 2.9% และเงินเยนก็แข็งค่าขึ้น เนื่องจากความวิตกกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ทางด้านนายทาคาฮิเดะ คิวชิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบล.โนมูระ กล่าวว่า การยกระดับการประเมินเศรษฐกิจของธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐคงจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีหน้า ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า กว่าที่ชาวอเมริกันจะเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยอีกครั้งนั้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ขณะที่อัตราว่างงานของสหรัฐก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10% จากระดับเดิมที่ 9.4%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ