กระทรวงการลงทุนและวางแผนของเวียดนามคาดการณ์ว่า เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะร่วงลงถึง 77.4% เหลือ 8.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยเงินทุนจดทะเบียน 4.7 พันล้านดอลลาร์จากทั้งหมดถูกนำไปลงทุนใน 306 โครงการใหม่ หรือร่วงลงกว่า 86.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนอีก 4.1 พันล้านดอลลาร์ถูกนำไปลงทุนเพิ่มเติมใน 68 โครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว
การบริการในโรงแรมและร้านอาหารเป็นภาคส่วนที่มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศมากสุดถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 1.56 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ 1.46 พันล้านดอลลาร์
ปัจจุบันมีนักลงทุนกว่า 86 ประเทศและภูมิภาคที่ลงทุนในเวียดนาม โดยไต้หวันลงทุนมากสุดถึงเกือบ 2,000 โครงการ มูลค่าเงินทุนจดทะเบียนรวมกว่า 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของเกาหลีใต้ด้วยเงินทุนจดทะเบียนกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ใน 2,100 โครงการ ตามมาด้วยมาเลเซีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
ทั้งนี้ สภาพเศรษฐกิจโลกถดถอยกดดันให้เวียดนามปรับลดเป้าหมายการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศลงเหลือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ หรือมีสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของปีที่แล้ว สำนักข่าวซินหัวรายงาน