ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมที่ 3% สอดคล้องคาดการณ์ และนับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ที่ว่า การใช้นโยบายดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีและการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้รอดพ้นจากภาวะถดถอย
โดยออสเตรเลียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ในช่วงไตรมาสแรก จากอานิสงส์ของรัฐบาลที่ประกาศใช้นโยบายจ่ายเงินให้แก่ภาคครัวเรือนจำนวน 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมถึงการจัดสรรวงเงิน 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภค แต่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวหลังจากที่มีรายงานล่าสุดระบุว่ายอดการส่งออกดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน ขณะที่การออกเงินกู้ของธนาคารลดลง และยอดการอนุมัติสร้างบ้านลดลงหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2545
ทั้งนี้ เศรษฐกิจออสเตรเลียในไตรมาสแรกขยายตัวขึ้น 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจตกลง 3.8% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐลดลง 1.4% ส่วนยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1% ในเดือนพ.ค.จากปัจจัยหนุนของการจับจ่ายในห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ขณะที่ธุรกิจภาคบริการประจำเดือนมิ.ย.สามารถขยายตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบบ 15 เดือน
เกลน สตีเวนส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียกล่าวว่า "เรายังสามารถลดดอกเบี้ยลงได้อีกหากมีความจำเป็น แต่เศรษฐกิจออสเตรเลียในระยะนี้จะไม่เลวร้ายเหมือนกับเมื่อไม่กี่เดือนก่อน"
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 14:30 น.ตามเวลาท้องถิ่นในซิดนีย์ เงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 79.81 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 79.67 เซนต์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย ก่อนที่ธนาคารจะประกาศตรึงดอกเบี้ย ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 ปีลดลงสู่ระดับ 3.81%