มอลคอล์ม เอ็ดดี ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยว่า ธนาคารทั่วโลกจะดำเนินงานภายใต้มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น
"ขณะนี้ธนาคารทั่วโลกจำเป็นต้องเพิ่มเงินทุนในระบบให้มากขึ้นภายใต้การดำเนินงานที่เสี่ยงน้อยลง เจ้าหน้าที่กำกับดูแลจะตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนเสริมสภาพคล่องและจะมุ่งให้ความสนใจถึงวิธีรับมือกับความเสี่ยงในระบบการเงินมากกว่าที่เป็นอยู่" เอ็ดดีกล่าวออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับบทเรียนจากวิกฤตการเงินโลก นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายในเดือนก.ย.ปีที่แล้ว แต่การออกกฏข้อบังคับที่เข้มงวดสำหรับการระดมทุน และการเสริมสภาพคล่องของธนาคารจะช่วยสร้างความปลอดภัยต่อระบบได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในระดับที่เท่าๆกัน
อย่างไรก็ตาม ระบบการเงินของออสเตรเลียยังมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆที่เผชิญภาวะตกต่ำ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป โดยสังเกตุได้จากการรายงานผลกำไรของสถาบันการเงินในประเทศที่ร่วงลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่จำนวนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมีสัดส่วนน้อยกว่าสถาบันการเงินต่างประเทศ
บลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารคอมมอนเวลท์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลียเปิดเผยรายได้ตลอดทั้งปีที่ 4.72 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากโพลล์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 4.64 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่รับาลได้เพิ่มการค้ำประกันเงินฝากและออกตราสารหนี้หลังจากที่เลห์แมนล้มละลาย ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมา ทั่วโลกต่างปรับเพิ่มเพดานค้ำประกันเงินฝาก เพราะมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพต่อตลาดเงิน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจออสเตรเลียในไตรมาสแรกขยายตัวดีเกินคาด 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ที่หดตัว 0.6% จากอานิสงส์ของการปรับลดดอกเบี้ยเป็นประวัติการณ์ของธนาคารและการที่รัฐบาลแจกจ่ายเงินแก่ภาคครัวเรือนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและผู้บริโภคทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี