สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (ยูโรแสตท) เปิดเผยว่า ราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นมาตรวัดภาวะเงินเฟ้อ ในยูโรโซน หรือ กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 16 ประเทศ ร่วงลง 0.2% ในเดือนส.ค. โดยสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยนับเป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่ตัวเลขเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลง หลังจากที่ในเดือนก.ค. ราคาผู้บริโภคดิ่งลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.7% จากปีก่อน และลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย.
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาผู้บริโภคร่วงลงคือ ราคาพลังงานและอาหารที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ดีมานด์ผู้บริโภคที่ลดลงมีส่วนรองลงมา ด้านราคาในร้านอาหารและคาเฟ่ ตลอดจนค่าบุหรี่และค่าเช่าที่สูงขึ้นนั้น ไม่สามารถผลักดันตัวเลขเงินเฟ้อได้
อย่างไรก็ตาม แม้เงินเฟ้อจะลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันเมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ยูโรสแตทก็เชื่อว่าไม่มีความเสี่ยงเรื่องภาวะเงินฝืด พร้อมกับคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะกลับมาดีดขึ้นในเร็วๆนี้ แต่ถึงกระนั้นก็น่าจะยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ของธนาคารกลางยุโรป และทำให้ไม่มีเหตุผลที่ธนาคารฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1%
ทั้งนี้ เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ราคาผู้บริโภคเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดสินค้าอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวน ขยายตัว 1.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน