นักวิเคราะห์ชี้"ซิตี้กรุ๊ป-เจพี มอร์แกน"ตุนเม็ดเงินจำนวนมากปีนี้ บ่งชี้วิกฤตการเงินสหรัฐยังไม่สิ้นสุด

ข่าวต่างประเทศ Monday November 2, 2009 15:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนักวิเคราะห์ในย่านวอลล์สตรีทว่า ซิตี้กรุ๊ป อิงค์ และเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กำลังกักตุนเงินสดไว้ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่าวิกฤตการณ์ด้านการเงินในสหรัฐยังไม่สิ้นสุดลง โดยรายงานระบุว่านับตั้งแต่การล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส ซิตี้กรุ๊ป ถือครองเงินสดไว้มากขึ้นเกือบ 2 เท่า เป็น 2.442 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ และหลังจากที่กระทรวงการคลังสหรัฐกดดันให้ซิตี้กรุ๊ปสำรองเงินสดไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้ในช่วงที่ตลาดฟื้นตัวขึ้นแล้วก็ตาม

เอริค ฮอฟ ซีอีโอของบริษัท Hovde Capital Advisors LLC ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ในวอลล์สตรีทกล่าวว่า "ท่าทีที่ระมัดระวังของซิตี้กรุ๊ป และเจพีมอร์แกน อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน แต่ไม่ได้ช่วยให้กลุ่มผู้ถือหุ้นมีมุมมองที่เป็นบวก และจะยิ่งทำให้ภาคเอกชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากขึ้น เมื่อเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สภาพคล่องกับหดตัวลง สหรัฐอาจต้องเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นภาคเอกชนอีกระลอก"

กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า อัตราการปล่อยเงินกู้ของสถาบันการเงินรายใหญ่ในสหรัฐที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการลดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (TARP) มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ร่วงลง 17% ในเดือนส.ค. เหลือเพียง 2.347 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงเป็นเวลา 3 เดือนภายในระยะเวลา 6 เดือน

โดยในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ยอดการปล่อยเงินกู้ของแบงค์ ออฟ อเมริกา ลดลง 22% แตะที่ 5.71 หมื่นล้านดอลลาร์ ยอดปล่อยกู้ของธนาคารเวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค ลดลง 18% แตะที่ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ลดลง 5% แตะที่ 4.38 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ มีรายงานว่า 4 ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐซึ่งได้แก่ แบงค์ ออฟ อเมริกา, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และเวลล์ส ฟาร์โก เพิ่มสภาพคล่องในรูปเงินสดรวมกัน 67% ณ วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้น 1.53 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดือนมิ.ย.2550 ที่ระดับ 9.142 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นช่วงก่อนการล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส

ขณะที่ซิตี้กรุ๊ปมีสภาพคล่องสำรองไว้ทั้งสิ้น 4.503 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 ก.ย. เพิ่มขึ้น 16% จากเดือนมิ.ย.2550

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ผลของการสำรองเงินสดไว้เป็นจำนวนมากทำให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐมีผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 3 โดยรายได้จากดอกเบี้ยของซิตี้กรุ๊ปหดตัวลง 1.4 พันล้านดอลลาร์จากปีที่แล้ว และยังทำให้ซิตี้กรุ๊ปมียอดขาดทุนการดำเนินงานทั้งสิ้น 750 ล้านดอลลาร์

ริชาร์ด โบฟ นักวิเคราะห์จาก Rochdale Securities กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลา 44 ปี ผมยังไม่เคยเห็นสถาบันการเงินรายใดกักตุนเงินสดไว้มากขนาดนี้ หากซิตี้กรุ๊ปนำเงินสดที่กักตุนไว้ไปปล่อยกู้ ก็จะทำให้บริษัทมีรายได้จากดอกเบี้ยรายปีอย่างน้อย 8.65 พันล้านดอลลาร์"



เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ