นายอู๋ หยงติ่ง ผู้เชี่ยวชาญประจำบัณฑิตยสภาสาขาสังคมศาสตร์ของจีน ซึ่งเป็นอดีตคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางจีน กล่าวปาฐกถาที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเตือนว่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนอาจถูกผลกระทบรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากภาวะเงินเฟ้อ ภาวะ oversupply และภาวะที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนัก ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้มูลค่าพันธบัตรสหรัฐที่จีนถืออยู่นั้น หดตัวลง
ทั้งนี้ นายอู๋แนะนำว่า จีนควรนำเม็ดเงินในระบบทุนสำรองออกมากกระจายความเสี่ยง ด้วยการนำไปลงทุนในเครื่องมือหรือตราสารที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันจีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ และติดทำเนียบผู้ถือพันธบัตรรายใหญ่สุดของสหรัฐ ซึ่ง ณ วันที่ 30 ก.ย. 2552 จีนถือครองพันธบัตรสหรัฐมูลค่า 7.989 แสนล้านดอลลาร์
นายอู๋ยังกล่าวด้วยว่า การอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้มูลค่าพันธบัตรและสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงด้วย ซึ่งทำให้ประเทศที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้แสดงความวิตกกังวลต่อการอ่อนตัวของดอลลาร์ และหลังจากธนาคารกลางรัสเซียประกาศแผนเพิ่มการซื้อสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาเข้าสู่ระบบทุนสำรอง โดยมีเป้าหมายที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการท่าทีของรัสเซียครั้งนี้สอดคล้องกับที่จีนเรียกร้องให้ทั่วโลกหันไปใช้สกุลเงินอื่นในระบบทุนสำรองแทนดอลลาร์สหรัฐ