นางศรี มัลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้อินโดนีเซียต้องให้เงินสนับสนุนน้ำมันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลต้องแบกรับงบประมาณที่มากขึ้นในที่สุด
โดยรัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าตัวเลขขาดดุลงบประมาณปี 2553 จะเพิ่มขึ้นแตะ 128.7 ล้านล้านรูเปียห์ (1.402 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือ 2.2% ของจีดีพี จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 98 ล้านล้านรูเปียห์ (1.068 หมื่นล้านดอลลาร์) หรือ 1.6% ของจีดีพี
รัฐบาลคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นแตะ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงรัฐบาลต้องให้เงินสนับสนุนเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าเพิ่มอีกราว 28.1 ล้านล้านรูเปียห์ (3.06 พันล้านดอลลาร์) และ 15.4 ล้านล้านรูเปียห์ (1.7 พันล้านดอลลาร์) ตามลำดับ
ในร่างงบประมาณปี 2553 นั้น รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะให้เงินสนับสนุนเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าที่ 58.9 ล้านล้านรูเปียห์ (6.4 พันล้านดอลลาร์) และ 40.4 ล้านล้านรูเปียห์ (4.4 พันล้านดอลลาร์) ตามลำดับ แต่นางมัลยานีกล่าวว่ารัฐบาลจะเสนอแผนพิจารณางบประมาณดังกล่าวใหม่อีกครั้ง และจะยื่นให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ นางมัลยานีกล่าวว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อปี 2553 เป็น 5.5% จากเดิมที่ระดับ 5% และอาจทำให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเป็น 6.8% จากระดับ 6.5% สำนักข่าวซินหัวรายงาน