EPFR Global ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกองทุนทั่วโลกเปิดเผยว่า กองทุนรวมหุ้น หรือ อิควิตี้ฟันด์ (Equity Funds) ถอนการลงทุนออกจากตลาดหุ้นทั่วโลกราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.พ. ซึ่งเป็นการถอนการลงทุนครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 1 ปี และคิดเป็นสัดส่วนการถอนเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นในเอเชีย ยกเว้น ญี่ปุ่น ราว 516 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่าปัญหาหนี้สินของกรีซอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของภาคเอกชนทั่วโลก
นอกจากนี้ EPFR ระบุว่า อิควิตี้ฟันด์ได้ถอนเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นในละตินอเมริกา แต่ได้เข้าซื้อหุ้นในระดับปานกลางในตลาดหุ้นยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง
ดัชนี MSCI Emerging Markets Index ร่วงลง 1% แตะที่ 916.86 จุดในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 ม.ค.เพิ่มขึ้น 8,000 ราย แตะที่ 480,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 460,000 ราย
ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงถ้วนหน้า รวมถึงตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นในเอเชีย เนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะและยอดขาดดุลในประเทศยุโรป โดยเฉพาะกรีซ ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอาจทำให้ภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน
รัฐบาลกรีซกำลังหาทางระดมทุนจากนักลงทุนทั่วโลกเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณที่มีอยู่เกือบ 13% ของตัวเลขจีดีพี และสูงสุดที่สุดในบรรดาชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) จนทำให้นายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันเดรอู ของกรีซ ประกาศมาตรการสร้างวินัยการเงินการคลังขั้นเฉียบขาด เพื่อพยุงให้กรีซรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน นอกจากนี้ กรีซยังถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P, มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย