พณ.ตั้งกก.สอบจีจีเอฟเป็นนอนิมีทำธุรกิจเกษตร หลัง DSI ส่งข้อมูลให้ครบ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday February 16, 2010 18:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัท จีจีเอฟ(ไทยแลนด์) คู่สัญญาเช่าไซโลกับองค์การคลังสินค้า(อ.ค.ส.) หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ชี้มูลว่าเข้าข่ายมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว(นอมินี) ว่า กรมฯ ตั้งคณะทำงานตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น งบดุล, งบกำไรขาดทุน, เอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ฯลฯ ที่ดีเอสไอส่งมาให้แล้ว

และภายในวันที่ 18 ก.พ.จะเชิญผู้บริหารจีจีเอฟมาให้ถ้อยคำ โดยจะไม่ผ่อนผันให้ตามที่ร้องขอ หากไม่มาตามนัดจะมีโทษปรับ 5,000 บาท ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะชี้ชัดได้ว่าเป็นนอมินีจริงหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่าจีจีเอฟเป็นนอมินีนั้น เป็นการนำเอาข้อมูลของดีเอสไอมาชี้แจงไม่ใช่ข้อมูลจากกรม

"จากเอกสารหลักฐานที่กรมฯ มีอยู่ตอนนี้ ยืนยันว่า จีจีเอฟยังไม่เป็นนอมินี แต่กำลังพิจารณาเอกสารหลักฐานของดีเอสไอที่ส่งมาให้แล้ว หากเป็นนอมินีจริง คนไทยที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติให้การถือหุ้นแทน เพื่อทำธุรกิจที่ต้องขออนุญาตตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายต่างด้าวจะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากส่งฟ้องศาลแล้วศาลสั่งให้หยุดดำเนินกิจการ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 10,000-50,000 บาท" นายบรรยงค์กล่าว

ส่วนกรณีที่ดีเอสไอตรวจสอบพบว่า บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส(ไทยแลนด์) บริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย ปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามสิทธิของสนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐอเมริกาปี 2511 โดยมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการเป็นสัญชาติอินเดียและออสเตรเลียนั้น จนถึงขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ส่งข้อมูลผลการตรวจสอบมายังให้ กรมฯจึงทำหนังสือทวงถามไปอีกครั้ง และทำหนังสือไปยังกรมการจัดหางาน ซึ่งมีข้อมูลการจ้างงานของผู้บริหารต่างด้าวที่ต้องขออนุญาตเข้ามาทำงานในไทย

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2549 ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงกรรมการเป็นสัญชาติอื่น จึงยังระบุไม่ได้ว่าผิดเงื่อนไขสนธิสัญญาไมตรีหรือไม่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ