สำนักงานศุลการกรจีนรายงานในวันนี้ว่า จีนขาดดุลการค้าในเดือนมีนาคม แตะที่ระดับ 7.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการขาดดุลรายเดือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่จีนมียอดการค้าเกินดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จีนส่งออกสินค้าและบริการคิดเป็นมูลค่า 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 24.3% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี ยอดนำเข้าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทะยานขึ้นถึง 66% จากปีก่อน แตะ 1.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้จีนขาดดุลการค้าดังกล่าว
การนำเข้าและส่งออกรวมปรับตัวสูงขึ้น 42.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะ 2.31 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม
สำหรับในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. จีนมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 1.449 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งร่วงลงถึง 76.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกและนำเข้าของจีนรวมอยู่ที่ 6.1785 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 44.1% จากปีก่อน
หวง กัวะหัว หัวหน้ากรมสถิติในสังกัดสำนักงานศุลกากรกล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ขาดดุลการค้าในเดือนมีนาคมคือ ดีมานด์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การขยายตัวของการนำเข้าในไตรมาสแรกถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำข้อมูลในปีพ.ศ. 2523