ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงผลผลิตในโรงงาน เหมืองแร่ และผลผลิตด้านสาธารณูปโภค พุ่งขึ้น 1.2% มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับขึ้น 0.9% และยังมากกว่าเดือนเม.ย.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
การผลิตภาคอุตสาหกรรมถือภาคส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งหากแยกประเภทในภาคการผลิตพบว่า ผลผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 0.9% ทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ขณะที่ผลผลิตด้านสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 4.8% เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอ้าวทำให้ดีมานด์การใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตในเหมืองแร่ขยับลง 0.2%
ส่วนอัตราการใช้กำลังผลิตในเดือนพ.ค.อยู่ที่ 74.7% มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 74.5% และมากกว่าเดือนเม.ย.ที่ระดับ 73.7%
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก 4.69 จุด หรือ 0.05% แตะที่ 10,409.46 จุด และยังหนุนสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 73 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 77.67 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ด้วย