ธนาคารกลางจีนส่งสัญาณว่า ธนาคารกลางจะยังคงมุ่งเน้นเรื่องการควบคุมสภาพคล่องและสกัดกั้นเงินเฟ้อ แม้มีหลักฐานบ่งชี้ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอตัวลงจนเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงด้วยเช่นกัน
การส่งสัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่นายหยาง เกาจง ผู้อำนวยฝ่ายบริหารธุรกิจของธนาคารกลางจีนได้กล่าวให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ไชน่า ไฟแนนซ์ ว่า สภาพคล่องในระบบที่มีอยู่มากเกินไปนั้นยังคงเป็นปัญหาที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางกำลังประสบอยู่ และธนาคารกลางควรควบคุมสภาพคล่องด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นายหยางยังกล่าวด้วยว่า จีนยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งพอที่จะปรับนโยบายการคลังแบบเชิงรุกและผ่อนปรนนโยบายด้านการเงิน ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางจีนอาจตัดสินใจปรับขึ้นสัดส่วนการกันสำรองเงินฝากและขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ขณะที่นายจาง เจียนหัว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยของธนาคารกลางจีนกล่าวกับหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ว่า ธนาคารกลางจีนต้องเร่งจัดการกับสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่มากเกินไป นอกจากนี้ นายจางกล่าวว่า จีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอย หลังจากตลาดหุ้นจีนดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 1 ปี
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เดือนมิ.ย.ของจีนซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์หน้านั้น จะพุ่งขึ้น 3.3% จากปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายโดยเฉลี่ยของนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า และคาดว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของจีนจะขยายตัว 10.4% ลดลงจากไตรมาสแรกที่มีการขยายตัว 11.9%