บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานและโลจิสติกส์แบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจพลังงานยั่งยืน ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 3 รุ่น ดอกเบี้ย 6.75-7.00% ต่อปี โดยจะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อระยะสั้นที่ใช้เพื่อการนำเข้าถ่านหินของบริษัท เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัท
AGE เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้โดยทริสเรทติ้ง (TRIS Rating) เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ BB+ แนวโน้ม Stable และคาดว่าจะเปิดเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ในระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2569 ผ่าน 5 สถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)

นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ จำนวน 3 ชุด โดย หุ้นกู้ชุดที่ 1 เป็นหุ้นกู้ไม่มีประกัน อายุ 2 ปี 2 เดือน อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ที่ 6.75% 6.85% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 เป็นหุ้นกู้มีประกัน อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ที่ 6.85% 6.95% ต่อปี และ หุ้นกู้ชุดที่ 3 เป็นหุ้นกู้มีประกัน อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ที่ 6.90% 7.00% ต่อปี โดยสำหรับหุ้นกู้ชุดที่ 2 และ ชุดที่ 3 มีหลักประกันเป็นหุ้นสามัญของบริษัท เอจีอี เทอร์มินอล จำกัด (AGET) มูลค่าหุ้นละ 949.54 บาทต่อหุ้น ประเมินมูลค่าโดยบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ณ วันที่ 24 พ.ย. 2568 โดยผู้ออกหุ้นกู้ต้องดำรงมูลค่าหลักประกันต่อมูลค่ารวมหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าตลอดอายุหุ้นกู้
"วัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อระยะสั้นที่ใช้เพื่อการนำเข้าถ่านหินของบริษัท เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัท"นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ตอกย้ำถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ว่า ผลการดำเนินงานมีการเติบโตแบบเทิร์นอะราวด์ จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ และผลประกอบการในธุรกิจถ่านหินที่ปรับตัวดีขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้รวม ปี 2569 ที่ 17,500 ล้านบาท ตั้งเป้าปริมาณการขายถ่านหินที่ 4 ล้านตัน และสำหรับธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ ปัจจุบันบริษัทเป็น ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Zeekr, Omoda&Jaecoo, Mitsubishi Motors, Chery และ GWM ซึ่งมีจำนวนโชว์รูมรวม 11 แห่ง