ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ (29 ต.ค.) โดยดัชนีดิ่งลงกว่า 1.7% หลังจากเงินเยนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และทางการญี่ปุ่นเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงเกินคาด
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 163.58 จุด หรือ 1.75% แตะที่ 9,202.45 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.เป็นต้นมา
กลุ่มผู้ผลิตแก้วและเซรามิกร่วงลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าและแก๊สเป็นหุ้นเพียงกลุ่มเดียวที่ดีดตัวขึ้นในวันนี้
นักลงทุนวิตกกังวลเมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ของญี่ปุ่นที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งส่งผลให้มีแรงเทขายเข้ามาในวงกว้าง โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออกที่ถูกแรงขายกระหน่ำลงมากที่สุดเนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การแข็งค่าของเงินเยนจะส่งผลให้กำไรในตลาดต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นหดตัวลงด้วย
หุ้นบริษัทชาร์ป ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ ร่วงลง ขณะที่หุ้นของบริษัทที่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกรงและได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้านี้
มาซาโตชิ ซาโตะ นักวิเคราะห์จากบริษัทมิซูโฮ อินเวสเตอร์ส ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า "ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงกดดันจากข้อมูลทั้งระดับมหภาคและจุลภาค รวมถึงเงินเยนที่แข็งค่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ และการที่บริษัทหลายแห่งรวมถึงชาร์ป ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ"
กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยในช่วงเช้านี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 1.9% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับเดือนส.ค. และเป็นสถิติที่ลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ยังร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำนักข่าวเกียวโดคาดว่า จะขยับลงเพียง 0.6%