UBIS เป้ายอดขายปี 54 โต 15%,สรุปแผนลงทุนใหม่ Q3/54 ศึกษากู้-เพิ่มทุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday January 24, 2011 15:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสวง ทั่งวัฒโนทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ยูบิส (เอเซีย) หรือ (UBIS) กล่าวว่า ตั้งเป้ายอดขายปี 54 เติบโต 15% จากปี 53 ซึ่งเป็นไปภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจอาหารกระป๋องที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทมีแผนการลงทุนเพิ่มเติม คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในช่วงไตรมาส 3/54 นอกจากนั้น บริษัทก็ยังเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ในต่างประเทศเข้ามาเพิ่ม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าในทวีปอเมริกาใต้

"ปีนี้เราก็จะมีโครงการใหม่ การขยายกำลังการผลิตก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ แนวทางที่จะหาเงินนั้นก็มีทั้งการกู้แบงก์หรือการเพิ่มทุนโดยการกระจายให้กับผู้ถือหุ้นข้างนอก ซึ่งก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 3/54 นี้ ว่าจะใช้วิธีใด ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้"นายสวง กล่าวกับ"อินโฟเคสท์"

สำหรับผลประกอบการในปี 53 คาดว่ายอดขายจะออกมาดีกว่าปี 52 ที่มียอดขาย 560.98 ล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมียอดขายแล้ว 466.54 ล้านบาท ส่วนกำไรคาดว่าจะออกมาใกล้เคียงกับปี 52 ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของธุรกิจอาหารกระป๋องส่งออก และจากการส่งออกโดยตรงของบริษัท

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกคิดเป็น 40-45% ของยอดขายรวม ตลาดหลักได้แก่ ประเทศจีนและประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนั้น ยังมียุโรปและอเมริกาใต้ ส่วนยอดขายในประเทศคิดเป็น 55-60% ของยอดขายรวม ซึ่งตลาดในประเทศปีที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างทรงตัว

"ธุรกิจเราผูกพันกับตลาดอาหารกระป๋องส่งออกเป็นหลัก ซึ่งปี 53 ก็ถือว่ายังเติบโตอยู่ ส่วนการส่งออกโดยตรงปีที่แล้วตลาดก็โต 10-20% ซึ่งเราก็ส่งออกไปประเทศจีนเป็นหลัก"นายสวง กล่าว

สำหรับการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังของปี 53 คาดว่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่บริษัทได้จ่ายปันระหว่างกาลในครึ่งปีแรกที่ 0.20 บาท

"ตามนโยบายเราก็จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ แต่ที่ผ่านมาเราก็จ่ายประมาณ 70% ของกำไรสุทธิมาโดยตลอด 3-4 ปี ก็คิดว่าครึ่งปีหลังของปี 53 ก็คงเหมือนกัน ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก"นายสวง กล่าว

ส่วนเรื่องค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าในปีนี้ บริษัทมองว่ามีทั้งที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ เนื่องจากบริษัทต้องส่งออกสินค้าในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ทำให้แลกกลับเป็นเงินบาทได้น้อยลง แต่อีกด้านหนึ่งบริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบในรูปสกุลดอลลาร์เช่นกัน จึงทำให้ต้นทุนนำเข้าถูกลงด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ