ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (28 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไร โดยแรงขายกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดเช้าร่วง 96.69 จุด หรือ 0.92% แตะที่ 10,381.97 จุด
หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ร่วงลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มธนาคาร ส่วนหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มเครื่องจักร ดีดตัวขึ้นในในช่วงเช้านี้
หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง โดยเฉพาะหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ถือครองพันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่นไว้เป็นจำนวนมาก หลังจาก S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของญี่ปุ่นลงสู่ระดับ AA- จาก AA และคงอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นที่ A-1+ โดย S&P ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายนาโอโตะ คัง ขาดความพยายามในการควบคุมตัวเลขหนี้ที่สูงขึ้น
ฮิโรอิชิ นิชิ นักวิเคราะห์จากนิกโก คอร์เดียล ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า "ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบมากมาย รวมถึงแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และการที่ญี่ปุ่นถูก S&P ลดอันดับความน่าเชื่อถือ รวมทั้งการที่นักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรก่อนช่วงสุดสัปดาห์"
ในช่วงแรกนั้น หุ้นบางตัวในกลุ่มส่งออกได้รับแรงหนุนจากการที่เงินเยนอ่อนค่าหลังจาก S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือญี่ปุ่น แต่หลังจากนั้นไม่นานหุ้นกลุ่มดังกล่าวก็ถูกนักลงทุนกระหน่ำขายก่อนถึงช่วงสุดสัปดาห์
แม้ว่าภาวะการซื้อขายโดยรวมเป็นไปอย่างซบเซา แต่หุ้นโคมัตสึและหุ้นเคียวเซร่า ดีดตัวขึ้น หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง